หมอเงินเดือนเท่าไร ? เปิดเส้นทาง และวิธีเข้าเรียนต่อคณะแพทย์
Key Takeaway
แพทย์เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างมาก ตั้งแต่การสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ผ่านระบบ TCAS การเรียนหลักสูตรแพทย์ 6 ปี และการฝึกงานเพื่อเก็บประสบการณ์จริงก่อนเริ่มทำงาน รายได้ของแพทย์สามารถเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ โดยเริ่มต้นประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน และอาจเพิ่มขึ้นถึงหลักแสนบาทเมื่อเรียนต่อเฉพาะทาง สำหรับน้อง ๆ ที่อยากเป็นแพทย์ การเตรียมตัวตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งการเสริมพื้นฐานวิทยาศาสตร์ การฝึกทำข้อสอบ และการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ จะช่วยเพิ่มโอกาสสอบติดคณะแพทยศาสตร์ได้มากขึ้น
Table of Content
- เป็นหมอได้เงินเดือนเท่าไร ?
- คู่มือ Step-by-Step อยากเรียนต่อหมอต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
- Step 1 สอบเข้ามหาวิทยาลัย (TCAS)
- Step 2 หลักสูตรแพทย์ 6 ปี และฝึกงาน 1 ปี
- Step 3 สอบใบประกอบวิชาชีพ และเฉพาะทาง
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินเดือนแพทย์และการเตรียมตัวสอบ (FAQs)

น้อง ๆ มัธยมศึกษาตอนปลายหลายคนคงใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม แต่นอกจากความภูมิใจในอาชีพแล้ว หลายคนยังสงสัยอีกด้วยว่าเป็นหมอเงินเดือนเท่าไร และเส้นทางกว่าจะได้เป็นแพทย์ต้องผ่านอะไรบ้าง
ในความเป็นจริงแล้ว การเรียนแพทย์ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ต้องใช้ความพยายามสูง ทั้งด้านวิชาการ ความอดทน และวินัยในการเรียน แต่หากวางแผนตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็สามารถเพิ่มโอกาสสอบติดคณะแพทยศาสตร์ได้มากขึ้น บทความนี้จึงอยากจะพาน้อง ๆ มาทำความเข้าใจแบบ Step-by-Step ตั้งแต่รายได้ของแพทย์ การเตรียมสอบ TPAT1 ความถนัดแพทย์ไปจนถึงการเป็นแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้เห็นภาพอนาคตได้ชัดเจนขึ้น
เป็นหมอได้เงินเดือนเท่าไร ?
รายได้เป็นหนึ่งในสิ่งที่น้อง ๆ เตรียมสอบหมอหลายคนต้องการรู้ เพราะการเรียนแพทย์ต้องใช้เวลานานและทุ่มเทอย่างมาก โดยรายได้ของแพทย์ในประเทศไทยแตกต่างกันได้ตามประสบการณ์ สถานที่ทำงาน และสาขาเฉพาะทาง แบ่งออกได้เป็นดังนี้
เงินเดือนแพทย์จบใหม่
เงินเดือนแพทย์จบใหม่ ที่เริ่มทำงานในโรงพยาบาลของรัฐจะอยู่ประมาณ 40,000-60,000 บาทต่อเดือน ซึ่งตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นได้จากค่าตอบแทนอื่น ๆ เช่น ค่าเวร ค่าตอบแทนพิเศษ หรือเงินเพิ่มสำหรับการทำงานในพื้นที่ขาดแคลนแพทย์
เงินเดือนแพทย์หลังฝึกงาน
หลังจากผ่านช่วงฝึกงาน หรือใช้ทุนประมาณ 1-3 ปี รายได้ของแพทย์จะเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50,000-80,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเวรและสถานที่ทำงาน
เงินเดือนแพทย์เฉพาะทาง
สำหรับแพทย์ที่เรียนต่อเฉพาะทาง เช่น ศัลยแพทย์ อายุรแพทย์ หรือแพทย์เฉพาะทางด้านอื่น ๆ เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยในโรงพยาบาลรัฐอาจอยู่ที่ประมาณ 80,000-150,000 บาทขึ้นไป และในโรงพยาบาลเอกชนอาจสูงถึง 200,000 บาทต่อเดือนหรือมากกว่า

คู่มือ Step-by-Step อยากเรียนต่อหมอต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
เส้นทางการเป็นแพทย์ไม่ได้จบแค่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นดังนี้
Step 1 สอบเข้ามหาวิทยาลัย (TCAS)
ขั้นตอนแรกคือการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ผ่านระบบ TCAS โดยเกณฑ์คะแนนส่วนใหญ่จะอิงตามระบบของ กสพท. (กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย) โดยองค์ประกอบคะแนนหลัก คือ
- GPA มัธยมศึกษาตอนปลาย ประมาณ 3.50 ขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
- TPAT1 ความถนัดแพทย์ กสพท. คิดเป็นสัดส่วน 30% ของคะแนนทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
- เชาวน์ปัญญา
- จริยธรรมทางการแพทย์
- ทักษะการเชื่อมโยง
- A-Level 7 วิชา คิดเป็นสัดส่วน 70% ของคะแนนทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็นรายวิชา ดังนี้
- คณิตศาสตร์ 1
- ฟิสิกส์
- เคมี
- ชีววิทยา
- ภาษาอังกฤษ
- ภาษาไทย
- สังคมศึกษา
ข้อสอบ TPAT1 จะวัดทักษะหลายด้าน เช่น การคิดวิเคราะห์ จริยธรรมทางการแพทย์ และความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ที่จะประกอบอาชีพแพทย์ในอนาคต
Step 2 หลักสูตรแพทย์ 6 ปี และฝึกงาน 1 ปี
เมื่อสอบติดคณะแพทยศาสตร์แล้ว น้อง ๆ จะต้องเรียนหลักสูตรแพทย์เป็นเวลา 6 ปี โดยแบ่งออกเป็น ดังนี้
- ปีที่ 1-3 เรียนพื้นฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่น กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา และชีวเคมี
- ปีที่ 4-6 เรียนภาคคลินิก ฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลจริง
หลังเรียนจบจะต้องผ่านช่วงแพทย์ใช้ทุน หรือฝึกงานประมาณ 1 ปี ในโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อสะสมประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยจริง
Step 3 สอบใบประกอบวิชาชีพ และเฉพาะทาง
เมื่อเรียนจบแพทย์แล้ว ผู้ที่จะประกอบอาชีพแพทย์ต้องผ่านการสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งเรียกว่า National License (NL) โดยมีทั้งหมด 3 ขั้นตอน คือ
- NL1 วัดความรู้พื้นฐานทางการแพทย์
- NL2 วัดความรู้ทางคลินิก
- NL3 วัดทักษะการปฏิบัติทางการแพทย์
หลังจากได้รับใบประกอบวิชาชีพแล้ว แพทย์สามารถเลือกเรียนต่อเฉพาะทาง (Residency) ซึ่งจะใช้เวลาเรียนอีกประมาณ 3-5 ปี เช่น ศัลยกรรม อายุรกรรม หรือกุมารเวชศาสตร์
ทั้งนี้ การเรียนเฉพาะทางต้องใช้ความพยายามสูง เพราะต้องอ่านหนังสือจำนวนมาก ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลจริง
น้อง ๆ คงพอเข้าใจแล้วว่ารายได้ของแพทย์สามารถเพิ่มขึ้นได้ตามประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ โดยเริ่มต้นจากประมาณ 40,000 บาท และอาจสูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือนเมื่อเป็นแพทย์เฉพาะทาง
อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับน้อง ๆ ที่อยากเป็นหมอคือการเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเน้นการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้แข็งแรง ฝึกทำข้อสอบ และวางแผนการอ่านอย่างสม่ำเสมอ
หากน้อง ๆ ต้องการเพิ่มโอกาสสำเร็จในการสอบเข้าเรียนต่อในคณะแพทยศาสตร์ สามารถมาติวเพิ่มเสริมความรู้วิชา TPAT1 ความถนัดแพทย์ ได้ที่ Applied Physics เราเน้นการทำความเข้าใจเนื้อหาแบบเจาะลึก พร้อมแนะนำเทคนิคการเก็บคะแนนในพาร์ตเชื่อมโยงและจริยธรรม ช่วยปูพื้นฐานกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ เตรียมความพร้อมให้พร้อมลุยสนามสอบอย่างมั่นใจ
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่
- โทร: 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599
- LINE: @appliedphysics (มี @ ด้วยนะ)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินเดือนแพทย์และการเตรียมตัวสอบ (FAQs)
Q : อยากเป็นหมอควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เมื่อไร ?
A: ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเฉพาะตั้งแต่ ม.4 เพื่อวางพื้นฐานวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้แข็งแรง รวมถึงวางแผนการสอบและติดตามข้อมูลการสมัครผ่านระบบ TCAS อย่างสม่ำเสมอ
Q : รายได้ของแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนต่างกันมากหรือไม่ ?
A: ต่างกันพอสมควร โดยแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลรัฐจะมีรายได้ประมาณ 80,000 -150,000 บาทขึ้นไป ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชน รายได้อาจพุ่งสูงถึง 200,000 บาทต่อเดือนหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับสาขาความเชี่ยวชาญและจำนวนเคสที่ดูแล
Q : การสอบ NL คืออะไร และต้องสอบตอนไหนบ้าง ?
A: NL หรือ National License คือการสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม มีทั้งหมด 3 ขั้นตอน คือ
- NL1 สอบช่วงจบปี 3 เน้นความรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์
- NL2 สอบช่วงจบปี 5 เน้นความรู้ทางคลินิก
- NL3 สอบช่วงจบปี 6 เน้นทักษะการปฏิบัติงานจริง
Q : ถ้าอยากเก็บคะแนน TPAT1 ให้ได้สูง ๆ ควรเตรียมตัวอย่างไร ?
A: แนะนำให้ฝึกทำโจทย์ที่เน้นการคิดวิเคราะห์และกระบวนการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการทางลัดและเทคนิคเจาะลึก สามารถมาติวเพิ่มได้ที่ Applied Physics ซึ่งจะช่วยปูพื้นฐานพาร์ตจริยธรรมและเชื่อมโยงให้แม่นยำเพื่อเพิ่มโอกาสสอบติดได้มากขึ้น
