TPAT3 สอบอะไรบ้าง ? สรุปแนวข้อสอบล่าสุดที่ Dek70 ต้องรู้ | Applied Physics
  กลับสู่หน้าบทความ

TPAT3 พาร์ตความถนัดสอบอะไรบ้าง ตัวอย่างโจทย์พร้อมเฉลย

 08 กรกฎาคม 2569 14:41:59

Key Takeaways

ข้อสอบ TPAT3 เป็นเกณฑ์สำคัญในการยื่นเข้าคณะสายวิทย์และเทคโนโลยี โดยคะแนนกว่า 60% จะอยู่ที่พาร์ตการทดสอบความถนัด (45 ข้อ) ซึ่งประกอบด้วยด้านตัวเลข มิติสัมพันธ์ เชิงกล และฟิสิกส์ประยุกต์ หัวใจสำคัญของการคว้าคะแนนท็อปในสนามนี้ไม่ใช่การจำสูตรลัดที่ซับซ้อน แต่คือการฝึกไหวพริบ ตรรกะการมองภาพ และการบริหารเวลาอย่างแม่นยำ การเก็งทิศทางจากแนวข้อสอบเก่าควบคู่กับการจดบันทึกข้อผิดพลาด จึงเป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยลดความกดดันและอัปคะแนนให้ติดคณะในฝันได้สำเร็จ

Table of Content


สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเล็งคณะในฝันกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโลจิสติกส์ ด่านสำคัญของการสอบในระบบ TCAS ที่มองข้ามไม่ได้คือ TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) เนื่องจากเป็นวิชาที่ใช้สัดส่วนคะแนนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยค่อนข้างสูง

ทว่า รูปแบบข้อสอบกลับไม่ได้เน้นแค่การท่องจำ แต่เป็นการทดสอบตรรกะ เชาวน์ปัญญา และการคิดวิเคราะห์ภายใต้เวลาที่จำกัด และเพื่อช่วยให้น้อง ๆ เห็นภาพรวมของการสอบมากขึ้น พี่ ๆ จึงอยากจะมาสรุปโครงสร้างของแนวข้อสอบ TPAT 3 พร้อมตัวอย่างโจทย์จริงและเทคนิคการเตรียมตัว เพื่อช่วยให้น้อง ๆ วางแผนคว้าคะแนนท็อปได้อย่างมั่นใจ

TPAT3 คืออะไร ?

TPAT3 คือ ข้อสอบวัดความถนัดเฉพาะทางสำหรับนักเรียนที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยกลุ่มคณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ โดยตัวข้อสอบจะเน้นการวัดไหวพริบ การคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ และทักษะการแก้ปัญหาเป็นหลัก เพื่อดูความพร้อมในการเรียนต่อในสายงานวิทย์ประยุกต์

TPAT 3 สอบอะไรบ้าง มีกี่พาร์ต ?

ข้อสอบฉบับนี้มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ให้เวลาทำรวม 180 นาที (3 ชั่วโมง) โดยโครงสร้างของข้อสอบทั้งหมด 70 ข้อ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 พาร์ตใหญ่ ซึ่งมีรูปแบบข้อสอบ เกณฑ์คะแนน และการบริหารเวลาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

พาร์ตที่ 1 : การทดสอบความถนัด (Aptitude Test) 45 ข้อ (60 คะแนน)

  • เจาะลึกเนื้อหา : แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ด้านละ 15 ข้อเท่า ๆ กัน คือ ความถนัดด้านตัวเลข ความถนัดด้านมิติสัมพันธ์ และความถนัดด้านเชิงกลและฟิสิกส์ ม.ปลาย (พาร์ตนี้คือหัวใจหลักที่บทความนี้จะพาไปเจาะลึก)
  • รูปแบบข้อสอบ : เป็นข้อสอบปรนัย 5 ตัวเลือก
  • สัดส่วนคะแนน : เฉลี่ยข้อละ 1.33 คะแนน
  • การบริหารเวลา : พาร์ตนี้เน้นการคำนวณและวิเคราะห์เชิงลึก เมื่อเฉลี่ยเวลาแล้ว น้อง ๆ จะมีเวลาทำเพียงข้อละประมาณ 2 นาที 30 วินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างกดดันอย่างมากหากไม่ได้ฝึกซ้อมมาก่อน

พาร์ตที่ 2 : การทดสอบความคิดและความสนใจ 25 ข้อ (40 คะแนน)

  • เจาะลึกเนื้อหา : ออกสอบเกี่ยวกับทัศนคติ ความคิดเชิงประยุกต์ ความรู้รอบตัวในวงการวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงข่าวสารความเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ในปัจจุบัน
  • รูปแบบข้อสอบ : เป็นข้อสอบบรรยายและคิดวิเคราะห์เชิงสังคม-เทคโนโลยี
  • สัดส่วนคะแนน : เฉลี่ยข้อละ 1.6 คะแนน (คะแนนต่อข้อสูงกว่าพาร์ตแรก)

นักเรียนม.ปลายกำลังทบทวนบทเรียนหลังจากติวคอร์ส TPAT3 กับ Applied Physics

เจาะลึก 3 ด้านหลักในพาร์ตความถนัด TPAT3

ในพาร์ตการทดสอบความถนัด 45 ข้อ (60 คะแนน) จะแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ดังนี้

ด้านที่ 1 : ความถนัดด้านตัวเลข 15 ข้อ

เป็นการนำคณิตศาสตร์พื้นฐาน ม.ต้น และ ม.ปลาย มาประยุกต์ร่วมกับตรรกศาสตร์และเชาวน์ปัญญา ตัวข้อสอบไม่ได้เน้นสูตรคำนวณยาว ๆ แต่เน้นการมองความสัมพันธ์ให้ออก หัวข้อเด่นที่ออกสอบบ่อย เช่น

  • แนวรูปแบบตัวเลข (Number Series) : การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์และตรรกะที่ซ่อนอยู่ในอนุกรมตัวเลขเพื่อเติมตำแหน่งที่หายไป
  • แนวการดำเนินการ (Operators) : การถอดรหัสสัญลักษณ์คณิตศาสตร์พิเศษ เพื่อหาแกนสมการหลักแล้วนำหลักการนั้นไปคำนวณหาคำตอบของตัวเลขชุดใหม่ที่โจทย์ต้องการ
  • แนวโจทย์ปัญหา (Word Problems) : โจทย์ปัญหาเชาวน์ประยุกต์จากชีวิตประจำวัน เช่น ตรรกศาสตร์เรื่องเวลา อัตราเร็ว ความน่าจะเป็นอย่างง่าย หรือการหมุนของเข็มนาฬิกา

ด้านที่ 2 : ความถนัดด้านมิติสัมพันธ์ 15 ข้อ

ข้อสอบส่วนนี้แตกต่างจากภาพมิติสัมพันธ์ในวิชา TGAT2 อย่างสิ้นเชิง โจทย์ใน TPAT3 จะมีความซับซ้อน หลากหลาย และไม่มีแพตเทิร์นตายตัว เน้นทดสอบทักษะการจินตนาการรูปทรงเรขาคณิตและการหมุนวัตถุในความคิด เช่น

  • แนวประยุกต์การแปลงทางเรขาคณิต : การหมุนภาพ การสะท้อนกระจก หรือการเลื่อนขนานของรูปทรงสองมิติและสามมิติ
  • แนวการมองภาพฉาย (Orthographic Projections) : การวิเคราะห์มุมมองวัตถุ 3 มิติ เพื่อมองให้ออกเป็นภาพ 2 มิติ ในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นมุมมองด้านหน้า (Front View) ด้านข้าง (Side View) หรือด้านบน (Top View)
  • แนวพับกระดาษและเจาะรู : การจินตนาการผลลัพธ์และตำแหน่งของรูบนแผ่นกระดาษหลังจากคลี่ออกมา
  • แนวอุปมาอุปไมยภาพ : วิเคราะห์ความสัมพันธ์และทิศทางการเปลี่ยนแปลงของรูปภาพต้นแบบ เพื่อหาแนวโน้มไปเลือกรูปถัดไปที่ถูกต้อง

ด้านที่ 3 : ความถนัดด้านเชิงกลและด้านฟิสิกส์ 15 ข้อ

เป็นการวัดทักษะพื้นฐานความรู้ทางกลศาสตร์ประยุกต์และวิทยาศาสตร์กายภาพเพื่อดูแววความเป็นวิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์

  • ความถนัดเชิงกล (Mechanical Reasoning) : เน้นหลักการทำงานของเครื่องกลผ่อนแรง เช่น ระบบรอก คานดีดคานงัด ล้อและเพลา พื้นเอียง ลิ่ม และสกรู โดยโจทย์จะถามถึงทิศทางการเคลื่อนที่ ความได้เปรียบเชิงกล หรือการรักษาสมดุลของระบบ
  • ความถนัดทางฟิสิกส์ (Physics Aptitude) : เน้นเนื้อหาฟิสิกส์ ม.ปลาย คือ กลศาสตร์ ไฟฟ้า และสมบัติของสสาร โดยโจทย์มักจะเป็นแนวเชิงบรรยายให้เปรียบเทียบแนวโน้มความสัมพันธ์ของปริมาณต่าง ๆ เช่น ถ้าเพิ่มปริมาณนี้ อีกปริมาณจะเป็นอย่างไร ตัวข้อสอบจะซับซ้อนน้อยกว่าข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ และใช้เวลาคิดสั้นกว่า

ตัวอย่างโจทย์พาร์ตความถนัด TPAT3 ที่มักออกสอบบ่อย

1. ตัวอย่างโจทย์ด้านตัวเลข TPAT3 ปี 69

โจทย์

5 , 8 , 12 , 18 , 24 , 30 , ... ตัวเลขตัวต่อไปมีค่าเท่ากับเท่าใด ?

แนวทางหาคำตอบ

หลักการของลำดับตัวเลขชุดนี้คือ ลำดับที่โจทย์ให้มาเกิดจาก จำนวนเฉพาะที่อยู่ติดกันบวกกัน โดยเราจะเริ่มต้นทบทวนกลุ่มจำนวนเฉพาะกันก่อน ซึ่งได้แก่ 2, 3, 5, 7, 11, 13, 17, 19, 23, 29, 31, ... เมื่อเรานำจำนวนเฉพาะเหล่านี้มาจับคู่บวกกันทีละคู่ตามลำดับ จะได้ตัวเลขที่ตรงกับโจทย์ทันที ดังนี้

  • จำนวนเฉพาะคู่ที่หนึ่งคือ 2 + 3 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 5 (ตรงกับเลขตัวแรกของโจทย์)
  • จำนวนเฉพาะคู่ถัดมาคือ 3 + 5 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 8 (ตรงกับเลขตัวที่สองของโจทย์)
  • จำนวนเฉพาะคู่ถัดมาคือ 5 + 7 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 12 (ตรงกับเลขตัวที่สามของโจทย์)
  • จำนวนเฉพาะคู่ถัดมาคือ 7 + 11 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 18 (ตรงกับเลขตัวที่สี่ของโจทย์)
  • จำนวนเฉพาะคู่ถัดมาคือ 11 + 13 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 24 (ตรงกับเลขตัวที่ห้าของโจทย์)
  • จำนวนเฉพาะคู่ถัดมาคือ 13 + 17 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 30 (ตรงกับเลขตัวที่หกของโจทย์)

จุดที่โจทย์ถาม

ตัวเลขตัวต่อไปในช่องว่างคืออะไร ?

  • เมื่อไล่ตามแพตเทิร์นด้านบนอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขลำดับถัดไปจะต้องเกิดจากจำนวนเฉพาะคู่ถัดไปมาบวกกัน นั่นคือ 17 + 19
  • เมื่อนำ 17 มาบวกกับ 19 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 36 พอดี

เฉลยคำตอบ : 36

2. ตัวอย่างโจทย์ด้านมิติสัมพันธ์ TPAT3 ปี 67

โจทย์

ภาพใดต่างจากพวก ?

ตัวอย่างโจทย์ TPAT3 มิติสัมพันธ์

แนวทางหาคำตอบ

หลักการคือการจินตนาการม้วนพับภาพคลี่ 2 มิติกลับมาเป็นรูปทรง 3 มิติ ซึ่งรูปส่วนใหญ่จะสามารถประกอบเป็นทรงตันได้สนิทพอดี มีเพียงรูปเดียวที่พับแล้วฝาซ้อนทับกันจนเกิดช่องโหว่

  • รูป ก, ข, ค, จ : ทุกรูปสามารถพับตามรอยต่อแล้วประกอบเข้ามุมเป็นรูปทรง 3 มิติได้สนิทพอดี เช่น พีระมิด ปริซึม ลูกบาศก์
  • รูป ง : เมื่อลองจินตนาการพับตามรอยต่อ แผ่นสามเหลี่ยมที่เป็นปีกด้านบนและด้านล่างจะพับลงมาชนทับซ้อนกันเองที่ฝั่งเดียว ทำให้รูปทรงปิดล้อมไม่สมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า ปิดฝาไม่สนิท

เฉลยคำตอบ : ตอบข้อ ง

3. ตัวอย่างโจทย์ด้านเชิงกลและฟิสิกส์

โจทย์

กะลาสีเรือ ปล่อยลูกเหล็กลูกหนึ่งจากยอดของเสาเรือตรง โดยขณะที่ปล่อยลูกเหล็ก เรือแล่นด้วยความเร็วคงที่ตรงไปทางด้านหน้า ลูกเหล็กควรจะตกที่บริเวณใด ?

ตัวอย่างโจทย์ TPAT3 ด้านเชิงกลและฟิสิกส์

  • ตัวเลือก 1 : บริเวณห่างไปทางด้านหน้าของเสาเรือ
  • ตัวเลือก 2 : บริเวณห่างไปทางด้านหลังของเสาเรือ
  • ตัวเลือก 3 : บริเวณฐานเสาเรือ
  • ตัวเลือก 4 : บริเวณห่างไปทางด้านขวาของเสาเรือ
  • ตัวเลือก 5 : บริเวณห่างไปทางด้านซ้ายของเสาเรือ

แนวทางหาคำตอบ

หลักการคือการแยกพิจารณาการเคลื่อนที่ของลูกเหล็กออกเป็น 2 แนวตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน เพื่อดูตำแหน่งการตกเมื่อเทียบกับเรือ

  • ในแนวราบ (แนวนอน) : เนื่องจากลูกเหล็กอยู่บนยอดเสาเรือที่กำลังวิ่งอยู่ ตอนปล่อยลูกเหล็กจึงมี "ความเร็วต้นในแนวราบ" เท่ากับความเร็วของเรือ ทำให้ทั้งคู่ขยับไปข้างหน้าพร้อมกันและได้ระยะทางแนวนอนเท่ากันตลอดเวลา
  • ในแนวดิ่ง (แนวตั้ง) : เมื่อถูกปล่อย ลูกเหล็กจะร่วงลงมาตรง ๆ ตามแรงโน้มถ่วงของโลก

สรุป : เมื่อลูกเหล็กขยับไปข้างหน้าพร้อมเรือตลอดเวลาในแนวราบ ควบคู่กับการร่วงลงมาในแนวดิ่ง กะลาสีเรือที่อยู่บนเรือจึงจะมองเห็นลูกเหล็กตกลงมาตรง ๆ กระทบที่ฐานเสาพอดี

เฉลยคำตอบ: ตัวเลือก 3 บริเวณฐานเสาเรือ

4. ตัวอย่างโจทย์ด้านเชิงกลและฟิสิกส์ (การตั้งสมมติฐาน)

โจทย์

ขวดพลาสติกใบหนึ่ง บรรจุน้ำไว้เต็ม เปิดฝาขวดออก และนำเข็มเล่มหนึ่งมาเจาะรูที่ด้านข้างขวดบริเวณที่มีน้ำจะพบว่ามีน้ำพุ่งออกมาจากรูที่เจาะไว้ ถ้าสนใจทำการเจาะรูที่ระดับความลึกต่างกัน น้ำจะพุ่งไปได้ไกลเท่ากันหรือไม่ ควรตั้งสมมติฐานอย่างไร ?

  • ตัวเลือก 1 : ที่ระดับความลึกจากผิวหน้าของน้ำแตกต่างกัน น้ำจะพุ่งไปได้ไกลไม่เท่ากัน
  • ตัวเลือก 2 : ของเหลวต่างชนิดกันจะพุ่งได้ไกลไม่เท่ากัน
  • ตัวเลือก 3 : ยิ่งลึกลงไปน้ำยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น
  • ตัวเลือก 4 : ขนาดของรูที่เจาะจะทำให้น้ำพุ่งไปได้ไกลไม่เท่ากัน
  • ตัวเลือก 5 : ขนาดของขวดพลาสติกมีผลต่อระยะทางที่น้ำพุ่งไป

แนวทางหาคำตอบ

หลักการตั้งสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ ต้องเขียนเชื่อมโยงระหว่าง "สิ่งที่เราเปลี่ยนเพื่อทดลอง" (ตัวแปรต้น) กับ "ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการวัด" (ตัวแปรตาม) ซึ่งโจทย์ข้อนี้ระบุชัดเจนว่าต้องการศึกษาเรื่องระดับความลึกที่ต่างกัน เพื่อดูผลลัพธ์คือ "ระยะทางที่น้ำพุ่งไปได้ไกล" เราจึงใช้วิธีตัดชอยส์ได้ดังนี้

  • ตัดตัวเลือก 2, 4, 5 : ออกได้ทันที เพราะของเหลว (น้ำชนิดเดิม) ขนาดรู (เข็มเล่มเดิม) และขนาดขวด ต่างเป็นปัจจัยที่เราต้องควบคุมให้คงที่ตลอดการทดลอง ไม่ใช่สิ่งที่เราเปลี่ยน
  • ตัดตัวเลือก 3 : ออกเช่นกัน เพราะตัวเลือกนี้สรุปผลไปที่ "น้ำหนักของน้ำ" แต่สิ่งที่การทดลองนี้สนใจจะวัดจริง ๆ คือ "ระยะทางที่น้ำพุ่งไปได้ไกล" ตัวเลือกนี้จึงหลุดประเด็นและไม่ตรงกับสิ่งที่จะทดลอง

สรุป: ตัวเลือก 1 จึงเป็นสมมติฐานที่ถูกต้องที่สุด เพราะหยิบสิ่งที่โจทย์ต้องการทดลอง (ความลึก) และผลลัพธ์ที่ต้องการวัด (ระยะทางที่พุ่งไกล) มาเขียนคู่กันได้อย่างตรงจุด

เฉลยคำตอบ: ตอบตัวเลือก 1 ที่ระดับความลึกจากผิวหน้าของน้ำแตกต่างกัน น้ำจะพุ่งไปได้ไกลไม่เท่ากัน

4 เทคนิคติว TPAT3 ให้คะแนนพุ่งทะลุเป้า

หลังจากที่ได้เห็นแนวโจทย์จริงกันไปแล้ว ด่านต่อไปคือการวางแผนเตรียมตัวเพื่อให้ทำข้อสอบได้ทันเวลาและได้คะแนนสูงสุด ซึ่งพี่ ๆ Applied Physics สรุปเทคนิคสำคัญมาให้ 4 ข้อ ดังนี้

1. เช็กแนวข้อสอบเพื่อสโคปเนื้อหา

ข้อสอบพาร์ตความถนัดสามารถออกได้กว้างมาก การเข้าไปเช็กแนวข้อสอบและบทเรียนฟิสิกส์ ม.ปลาย ที่มักนำมาออกสอบ เช่น กลศาสตร์ ไฟฟ้า และสมบัติของสสาร จะช่วยให้น้อง ๆ จับประเด็นสำคัญได้ตรงจุด ไม่เสียเวลาอ่านเรื่องที่ไม่ออกสอบ และช่วยบริหารเวลาในการเตรียมตัวได้ดีขึ้น

2. ฝึกทำโจทย์หลายรูปแบบเพื่อสร้างความคุ้นเคย

โจทย์พาร์ตตัวเลขและมิติสัมพันธ์ถึงแม้จะดูคล้ายกัน แต่วิธีคิดในแต่ละข้ออาจต่างกันโดยสิ้นเชิง การฝึกทำโจทย์หลาย ๆ แนวจากต่างประเทศ รวมถึงข้อสอบ PAT3 ระบบเก่าในหัวข้อที่ตรงกับปัจจุบัน จะช่วยให้น้อง ๆ เห็นมุมมองในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย และคิดหาคำตอบได้เร็วขึ้น

3. จำลองการสอบด้วยการจับเวลาจริง

เมื่อเนื้อหาเริ่มแน่นแล้ว พี่ ๆ แนะนำว่าให้หาข้อสอบชุดรวมมาลองนั่งทำ และที่สำคัญคือต้องจับเวลา 180 นาทีเต็ม เพื่อให้ร่างกายและสมองคุ้นชินกับสภาวะความกดดันเรื่องเวลา จะได้ไม่ตื่นสนามในวันจริง

4. จดบันทึกข้อผิดพลาด

ทุกครั้งหลังทำข้อสอบเสร็จ ควรจดบันทึกไว้ว่าเราทำพลาดตรงไหน หรือทำพาร์ตไหนไม่ทัน เพื่ออุดรอยรั่วและลดข้อผิดพลาดเมื่อเจอข้อสอบจริง นอกจากนี้ ยังช่วยให้น้อง ๆ สังเกตเห็นจุดเด่นของตัวเองว่าถนัดพาร์ตไหนมากที่สุด เพื่อจะได้วางแผนเลือกทำพาร์ตที่ถนัดก่อน

นักเรียนม.6 ดีใจหลังติว TPAT3 กับ Applied Physics แล้วสามารถสอบติดคณะในฝันได้สำเร็จ

สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่ลองศึกษาแนวข้อสอบ TPAT 3 ด้วยตัวเองแล้วรู้สึกว่ายังจับต้นชนปลายไม่ถูก มืดแปดด้านกับการมองภาพมิติสัมพันธ์ หรือยังสับสนกับการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าเชิงบรรยาย ที่ Applied Physics มีคอร์สติว TPAT3 ที่ออกแบบมาเพื่อเจาะลึกเนื้อหาและแนวข้อสอบอย่างตรงจุด

คอร์สนี้สอนโดยติวเตอร์ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาถ่ายทอดสูตรลัด ทริกการมองภาพ และวิธีตัดชอยส์ให้ทำข้อสอบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทลายกำแพงเรื่องเวลาทำไม่ทัน ช่วยให้น้อง ๆ พร้อมทำคะแนนเพื่อยื่นเข้าคณะในฝันได้อย่างที่ตั้งใจ มาร่วมก้าวแรกสู่ความสำเร็จและเตรียมความพร้อมไปกับพวกเราได้แล้ววันนี้

สามารถดูรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. โครงสร้างข้อสอบและตัวอย่างข้อสอบ TPAT3 30 ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/tpat3-30/
  2. TCAS69 ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2569. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติวสอบ TPAT3 (FAQs)

Q: ข้อสอบ TPAT3 พาร์ตที่ 1 และพาร์ตที่ 2 ต้องทำแยกกันหรือแจกข้อสอบพร้อมกันทีเดียว ?

A: ข้อสอบจะแจกพร้อมกันทีเดียวทั้งฉบับ น้อง ๆ สามารถแบ่งเวลาและเลือกทำพาร์ตใดก่อนก็ได้ภายในเวลา 180 นาที

Q: ถ้าไม่ได้อยากเข้าวิศวะ คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพหรือเทคโนโลยีจำเป็นต้องสอบ TPAT3 ไหม ?

A: จำเป็นในบางสาขา เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือโลจิสติกส์ ควรเช็กเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยเป็นหลัก

Q: ข้อสอบ TPAT3 พาร์ตฟิสิกส์มีสูตรคำนวณซับซ้อนเหมือนข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์หรือไม่ ?

A: ไม่ซับซ้อนเท่า ข้อสอบ TPAT3 จะเน้นการวิเคราะห์เชิงบรรยายและความสัมพันธ์ของปริมาณต่าง ๆ เป็นหลัก คล้ายฟิสิกส์ประยุกต์พื้นฐาน

loading
loading
เพิ่มในตะกร้าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
Line OA @appliedphysics