คู่มือคำนวณคะแนน TGAT และเทคนิคตั้งเป้าหมายให้สอบติด
Key Takeaways
คะแนน TGAT เป็นตัวชี้วัดสำคัญในระบบ TCAS ที่ใช้ประเมินสมรรถนะทั่วไปของนักเรียน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงานในอนาคต การคำนวณคะแนน TGAT ทำได้โดยนำคะแนนดิบที่ได้หารด้วยคะแนนเต็ม แล้วคูณด้วยสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่แต่ละคณะกำหนด การรู้เป้าหมายและเกณฑ์คะแนนของคณะที่ต้องการล่วงหน้า จะช่วยให้ผู้สมัครสามารถวางแผนการเตรียมตัวสอบได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ได้คะแนนเฉลี่ยที่ปลอดภัยและเพิ่มโอกาสในการสอบติดมหาวิทยาลัยในฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Table of Content
- คะแนน TGAT คืออะไร มีผลต่อการยื่น TCAS อย่างไร ?
- รู้ทันสูตรคิดคะแนน : วิธีคำนวณคะแนน TGAT และการแปลงสัดส่วนตามเป้าหมาย
- เทคนิคดันคะแนน TGAT ให้ถึงเป้าหมายและยื่นติดคณะในฝัน
- วางแผนคะแนน TGAT ให้พร้อม ก่อนยื่นเข้าคณะที่ตั้งใจ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคะแนน TGAT (FAQs)

คะแนน TGAT เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS โดยหลายคณะและมหาวิทยาลัยจะนำไปใช้ร่วมกับคะแนนสอบและองค์ประกอบอื่นตามเกณฑ์ของแต่ละสาขา การเข้าใจวิธีคำนวณคะแนน TGAT รวมถึงการตีความคะแนนและสัดส่วนการคัดเลือก จะช่วยให้ประเมินโอกาสในการยื่นสมัครได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมวางแผนการเตรียมตัวสอบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือทบทวนด้วยตัวเอง หรือการลงเรียนคอร์ส TGAT เพื่อเสริมความมั่นใจและช่วยให้เห็นภาพการเลือกอันดับ TCAS ได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายของตัวเอง
คะแนน TGAT คืออะไร มีผลต่อการยื่น TCAS อย่างไร ?
คะแนน TGAT ใช้วัดทักษะด้านใด และมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ?
ข้อสอบ TGAT (Thai General Aptitude Test) มีคะแนนเต็ม 300 คะแนน (พาร์ตละ 100 คะแนน) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อวัดสมรรถนะทั่วไปที่จำเป็นสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยและการทำงานในอนาคต โดยสามารถสรุปโครงสร้างข้อสอบได้ดังตารางด้านล่างนี้
|
ส่วนที่ |
ชื่อวิชา (รหัส) |
ทักษะที่ใช้วัดผล |
คะแนนเต็ม |
|
ส่วนที่ 1 |
การสื่อสารภาษาอังกฤษ |
ทักษะการพูด (Speaking) และทักษะการอ่าน (Reading) |
100 คะแนน |
|
ส่วนที่ 2 |
การคิดอย่างมีเหตุผล |
ความสามารถทางภาษา ตัวเลข มิติสัมพันธ์ และเหตุผล |
100 คะแนน |
|
ส่วนที่ 3 |
สมรรถนะการทำงาน |
การสร้างคุณค่า นวัตกรรม การแก้ไขปัญหา และการจัดการอารมณ์ |
100 คะแนน |
คณะและมหาวิทยาลัยใดบ้างที่ใช้คะแนน TGAT ในการคัดเลือก ?
คะแนน TGAT ถูกนำไปใช้ในการคัดเลือกของหลายคณะและมหาวิทยาลัยในระบบ TCAS โดยเฉพาะกลุ่มคณะด้านบริหารธุรกิจ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รวมถึงบางหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ อย่างไรก็ตาม แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดสัดส่วนคะแนนแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบเกณฑ์การรับสมัครของคณะที่ต้องการจากระเบียบการรับสมัครจริงก่อนยื่นสมัครทุกครั้ง
รู้ทันสูตรคิดคะแนน : วิธีคำนวณคะแนน TGAT และการแปลงสัดส่วนเป้าหมาย
แจกสูตรคำนวณคะแนน TGAT ตามสัดส่วนน้ำหนัก % ของแต่ละสาขาวิชา
การคำนวณคะแนนเพื่อนำไปใช้ยื่นในระบบ TCAS จะต้องนำคะแนนดิบมาแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยสามารถใช้สูตรพื้นฐานดังนี้
สูตร: (คะแนนดิบที่สอบได้ / คะแนนเต็ม) x สัดส่วนน้ำหนัก %
ตัวอย่างการคำนวณคะแนน TGAT รวม 3 ส่วน แบบเข้าใจง่าย
ตัวอย่าง : คณะกำหนดเกณฑ์ใช้ TGAT1 (30%), TGAT2 (30%), TGAT3 (40%)
คะแนนที่สอบได้ (เต็มส่วนละ 100): TGAT1 ได้ 70, TGAT2 ได้ 60, TGAT3 ได้ 80
วิธีคิด:
- TGAT1: (70 / 100) x 30 = 21
- TGAT2: (60 / 100) x 30 = 18
- TGAT3: (80 / 100) x 40 = 32
คะแนนรวม: 21 + 18 + 32 = 71 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 100 ตามสัดส่วนของคณะ)
วิธีคำนวณคะแนน TGAT รวมกับ A-Level ทำยังไง ?
หลายคณะไม่ได้ใช้แค่คะแนนสอบความถนัดทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่มักจะมีเกณฑ์ที่นำไปรวมกับวิชาสามัญ (A-Level) ด้วย วิธีคิดคือการคำนวณแต่ละส่วนตามค่าน้ำหนักแล้วนำมารวมกัน
ตัวอย่าง: คณะกำหนดใช้ TGAT 40% และ A-Level คณิตศาสตร์ 60%
หากทำ TGAT รวมได้ 70 คะแนน และ A-Level คณิตศาสตร์ได้ 50 คะแนน
วิธีคิด: [(70/100) x 40] + [(50/100) x 60] = 28 + 30 = 58 คะแนนรวม (จากเต็ม 100)

เทคนิคดันคะแนน TGAT ให้ถึงเป้าหมายและยื่นติดคณะในฝัน
การตั้งเป้าหมายคะแนนให้ผ่านเกณฑ์เซฟตี้โซนของคณะที่อยากเข้า
เนื่องจากแต่ละคณะใช้สัดส่วนคะแนนไม่เหมือนกัน จึงควรศึกษาคะแนนต่ำสุดย้อนหลังของคณะที่ต้องการอย่างน้อย 3 ปี หากสงสัยว่า คะแนน TGAT เฉลี่ยของเด็กที่สอบติดอยู่ที่เท่าไหร่ ? โดยปกติแล้ว กลุ่มคณะทั่วไปจะมีคะแนนเฉลี่ยของผู้ที่สอบติดอยู่ราว ๆ 50-60% แต่ถ้าหากมีคำถามว่า คะแนน TGAT เท่าไหร่ถึงจะพอยื่นคณะที่มีคนแข่งเยอะ ? เช่น คณะยอดฮิตในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ควรตั้งเป้าหมายทำคะแนนให้ได้ 70-80% ขึ้นไป หรือควรทำคะแนนให้สูงกว่าคะแนนต่ำสุดของปีก่อนหน้าประมาณ 3-5% เป็นอย่างน้อย เพื่อให้อยู่ในโซนปลอดภัย (Safety Zone) และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน
วางแผนจัดอันดับในระบบ TCAS อย่างไรเมื่อคะแนนไม่เป็นไปตามคาด ?
หากคะแนนที่ออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ การจัดอันดับในรอบที่ 3 (Admission) ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ชี้วัดผลลัพธ์ได้ แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ 4 อันดับ (หรือขยายผลเป็น 10 อันดับตามระบบปัจจุบัน) ดังนี้
- อันดับบนสุด (คณะในฝัน) : สามารถเลือกคณะที่คะแนนเสี่ยงได้ แต่คะแนนที่ได้ควรติดลบจากปีก่อนไม่เกิน -2%
- อันดับกลาง (เป้าหมายหลัก) : คะแนนควรเป็นบวกจากคะแนนต่ำสุดปีก่อนหน้าประมาณ +2% ถึง +5%
- อันดับรั้งท้าย (เซฟตี้โซน) : หรืออันดับกันพลาด ควรเลือกคณะที่มั่นใจว่าสอบติดแน่นอน โดยคะแนนรวมควรเป็นบวกตั้งแต่ +8% ถึง +10% ขึ้นไป
วางแผนคะแนน TGAT ให้พร้อม ก่อนยื่นเข้าคณะที่ตั้งใจ
การทำความเข้าใจคะแนน TGAT และวิธีคำนวณคะแนนอย่างถูกต้อง เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้วางแผนการสอบและเลือกคณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนให้ถึงเป้าหมาย การเตรียมตัวกับผู้สอนที่มีประสบการณ์และเข้าใจแนวข้อสอบอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้การอ่านหนังสือเป็นระบบและตรงจุดมากยิ่งขึ้น
คอร์สติวสอบ TGAT จาก Applied Physics ออกแบบมาเพื่อช่วยให้น้อง ๆ เตรียมพร้อมทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสารภาษาอังกฤษ และเทคนิคการทำข้อสอบ โดยร่วมสอนโดย ศ. ดร. นพ.ประกิตพันธุ์ ทมทิตชงค์ อาจารย์แพทย์จากโรงเรียนแพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 28 ปี และ ครูพี่บุป (บุปผชาติ สิงโตมาศ) ผู้มีประสบการณ์สอนวิชาภาษาอังกฤษยาวนานถึง 27 ปี พร้อมถ่ายทอดเทคนิคการทำข้อสอบและแนวคิดที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้น้อง ๆ เพิ่มความมั่นใจในการเตรียมสอบ พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำคะแนน TGAT ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ช่องทางสอบถามรายละเอียดและสมัครเรียน
- โทร: 02-3060867,02-3060868, 02-3060869 และ 085-4925599
- LINE: @appliedphysics (มี @ ด้วยนะ)
ข้อมูลอ้างอิง
- สถิติการสอบ. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/stat/
- TGAT1 91 การสื่อสารภาษาอังกฤษ. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/tgat1-91/
- TGAT2 92 การคิดอย่างมีเหตุผล. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/tgat2-92/
- TGAT3 93 สมรรถนะการทำงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/tgat3-93/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคะแนน TGAT (FAQs)
Q: การสอบ TGAT มีอายุการใช้งานกี่ปี ?
A: คะแนนสอบ TGAT มีอายุการใช้งานเพียง 1 ปีเท่านั้น หมายความว่าผลคะแนนที่ได้จากการสอบในปีการศึกษานี้ จะสามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ของปีการศึกษานั้นได้เพียงปีเดียว หากต้องการยื่นสมัครในปีถัดไป (สำหรับเด็กซิ่ว) จะต้องทำการสมัครสอบใหม่ทั้งหมด
Q: หากต้องการยื่นพอร์ตโฟลิโอ (TCAS รอบ 1) จำเป็นต้องใช้คะแนนสอบ TGAT หรือไม่ ?
A: ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยและคณะที่ยื่นสมัคร ในรอบ Portfolio บางมหาวิทยาลัยอาจพิจารณาจากผลงานและเกรดเฉลี่ย (GPAX) เป็นหลักโดยไม่ใช้คะแนนสอบข้อเขียน แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายโครงการที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนสอบ TGAT เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบร่วมพิจารณาด้วย จึงควรตรวจสอบระเบียบการของแต่ละโครงการอย่างละเอียด
Q: สามารถเลือกขาดสอบ TGAT บางพาร์ต เช่น สอบแค่ TGAT1 และ TGAT2 ได้หรือไม่ ?
A: การสอบ TGAT เป็นการสอบแบบรวมทั้ง 3 พาร์ตในข้อสอบชุดเดียว ดังนั้นผู้เข้าสอบจะต้องทำข้อสอบให้ครบทุกส่วน ไม่สามารถเลือกสอบหรือเลือกขาดสอบเพียงบางพาร์ตได้ หากไม่ฝนกระดาษคำตอบในพาร์ตใดพาร์ตหนึ่ง คะแนนในส่วนนั้นจะกลายเป็นศูนย์ทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนรวมในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัย
