คะแนน TGAT ต้องได้เท่าไร ถึงมีโอกาสยื่นติดคณะที่ใช่ ? | Applied Physics
  กลับสู่หน้าบทความ

คู่มือคำนวณคะแนน TGAT และเทคนิคตั้งเป้าหมายให้สอบติด

 09 ตุลาคม 2569 10:54:54

Key Takeaways

คะแนน TGAT เป็นตัวชี้วัดสำคัญในระบบ TCAS ที่ใช้ประเมินสมรรถนะทั่วไปของนักเรียน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงานในอนาคต การคำนวณคะแนน TGAT ทำได้โดยนำคะแนนดิบที่ได้หารด้วยคะแนนเต็ม แล้วคูณด้วยสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่แต่ละคณะกำหนด การรู้เป้าหมายและเกณฑ์คะแนนของคณะที่ต้องการล่วงหน้า จะช่วยให้ผู้สมัครสามารถวางแผนการเตรียมตัวสอบได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ได้คะแนนเฉลี่ยที่ปลอดภัยและเพิ่มโอกาสในการสอบติดมหาวิทยาลัยในฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Table of Content

 

กลุ่มนักเรียนกำลังติวหนังสือเตรียมพร้อมทำคะแนน TGAT เพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS

คะแนน TGAT เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS โดยหลายคณะและมหาวิทยาลัยจะนำไปใช้ร่วมกับคะแนนสอบและองค์ประกอบอื่นตามเกณฑ์ของแต่ละสาขา การเข้าใจวิธีคำนวณคะแนน TGAT รวมถึงการตีความคะแนนและสัดส่วนการคัดเลือก จะช่วยให้ประเมินโอกาสในการยื่นสมัครได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมวางแผนการเตรียมตัวสอบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือทบทวนด้วยตัวเอง หรือการลงเรียนคอร์ส TGAT เพื่อเสริมความมั่นใจและช่วยให้เห็นภาพการเลือกอันดับ TCAS ได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายของตัวเอง

คะแนน TGAT คืออะไร มีผลต่อการยื่น TCAS อย่างไร ? 

คะแนน TGAT ใช้วัดทักษะด้านใด และมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ? 

ข้อสอบ TGAT (Thai General Aptitude Test) มีคะแนนเต็ม 300 คะแนน (พาร์ตละ 100 คะแนน) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อวัดสมรรถนะทั่วไปที่จำเป็นสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยและการทำงานในอนาคต โดยสามารถสรุปโครงสร้างข้อสอบได้ดังตารางด้านล่างนี้

ส่วนที่

ชื่อวิชา (รหัส)

ทักษะที่ใช้วัดผล

คะแนนเต็ม

ส่วนที่ 1

การสื่อสารภาษาอังกฤษ
(TGAT1 - 91)

ทักษะการพูด (Speaking) และทักษะการอ่าน (Reading)

100 คะแนน

ส่วนที่ 2

การคิดอย่างมีเหตุผล
(TGAT2 - 92)

ความสามารถทางภาษา ตัวเลข มิติสัมพันธ์ และเหตุผล

100 คะแนน

ส่วนที่ 3

สมรรถนะการทำงาน
(TGAT3 - 93)

การสร้างคุณค่า นวัตกรรม การแก้ไขปัญหา และการจัดการอารมณ์

100 คะแนน

คณะและมหาวิทยาลัยใดบ้างที่ใช้คะแนน TGAT ในการคัดเลือก ? 

คะแนน TGAT ถูกนำไปใช้ในการคัดเลือกของหลายคณะและมหาวิทยาลัยในระบบ TCAS โดยเฉพาะกลุ่มคณะด้านบริหารธุรกิจ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รวมถึงบางหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ อย่างไรก็ตาม แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดสัดส่วนคะแนนแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบเกณฑ์การรับสมัครของคณะที่ต้องการจากระเบียบการรับสมัครจริงก่อนยื่นสมัครทุกครั้ง

รู้ทันสูตรคิดคะแนน : วิธีคำนวณคะแนน TGAT และการแปลงสัดส่วนเป้าหมาย

แจกสูตรคำนวณคะแนน TGAT ตามสัดส่วนน้ำหนัก % ของแต่ละสาขาวิชา 

การคำนวณคะแนนเพื่อนำไปใช้ยื่นในระบบ TCAS จะต้องนำคะแนนดิบมาแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยสามารถใช้สูตรพื้นฐานดังนี้

สูตร: (คะแนนดิบที่สอบได้ / คะแนนเต็ม) x สัดส่วนน้ำหนัก %

ตัวอย่างการคำนวณคะแนน TGAT รวม 3 ส่วน แบบเข้าใจง่าย

ตัวอย่าง : คณะกำหนดเกณฑ์ใช้ TGAT1 (30%), TGAT2 (30%), TGAT3 (40%)

คะแนนที่สอบได้ (เต็มส่วนละ 100): TGAT1 ได้ 70, TGAT2 ได้ 60, TGAT3 ได้ 80

วิธีคิด:

  1. TGAT1: (70 / 100) x 30 = 21
  2. TGAT2: (60 / 100) x 30 = 18
  3. TGAT3: (80 / 100) x 40 = 32

คะแนนรวม: 21 + 18 + 32 = 71 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 100 ตามสัดส่วนของคณะ)

วิธีคำนวณคะแนน TGAT รวมกับ A-Level ทำยังไง ? 

หลายคณะไม่ได้ใช้แค่คะแนนสอบความถนัดทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่มักจะมีเกณฑ์ที่นำไปรวมกับวิชาสามัญ (A-Level) ด้วย วิธีคิดคือการคำนวณแต่ละส่วนตามค่าน้ำหนักแล้วนำมารวมกัน

ตัวอย่าง: คณะกำหนดใช้ TGAT 40% และ A-Level คณิตศาสตร์ 60%

หากทำ TGAT รวมได้ 70 คะแนน และ A-Level คณิตศาสตร์ได้ 50 คะแนน

วิธีคิด: [(70/100) x 40] + [(50/100) x 60] = 28 + 30 = 58 คะแนนรวม (จากเต็ม 100) 

 

นักเรียนชายใช้คอมพิวเตอร์และจดบันทึกเพื่อคำนวณคะแนน TGAT รวมกับ A-Level ในการวางแผนเลือกคณะ

เทคนิคดันคะแนน TGAT ให้ถึงเป้าหมายและยื่นติดคณะในฝัน

การตั้งเป้าหมายคะแนนให้ผ่านเกณฑ์เซฟตี้โซนของคณะที่อยากเข้า 

เนื่องจากแต่ละคณะใช้สัดส่วนคะแนนไม่เหมือนกัน จึงควรศึกษาคะแนนต่ำสุดย้อนหลังของคณะที่ต้องการอย่างน้อย 3 ปี หากสงสัยว่า คะแนน TGAT เฉลี่ยของเด็กที่สอบติดอยู่ที่เท่าไหร่ ? โดยปกติแล้ว กลุ่มคณะทั่วไปจะมีคะแนนเฉลี่ยของผู้ที่สอบติดอยู่ราว ๆ 50-60% แต่ถ้าหากมีคำถามว่า คะแนน TGAT เท่าไหร่ถึงจะพอยื่นคณะที่มีคนแข่งเยอะ ? เช่น คณะยอดฮิตในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ควรตั้งเป้าหมายทำคะแนนให้ได้ 70-80% ขึ้นไป หรือควรทำคะแนนให้สูงกว่าคะแนนต่ำสุดของปีก่อนหน้าประมาณ 3-5% เป็นอย่างน้อย เพื่อให้อยู่ในโซนปลอดภัย (Safety Zone) และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

วางแผนจัดอันดับในระบบ TCAS อย่างไรเมื่อคะแนนไม่เป็นไปตามคาด ?  

หากคะแนนที่ออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ การจัดอันดับในรอบที่ 3 (Admission) ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ชี้วัดผลลัพธ์ได้ แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ 4 อันดับ (หรือขยายผลเป็น 10 อันดับตามระบบปัจจุบัน) ดังนี้

  • อันดับบนสุด (คณะในฝัน) : สามารถเลือกคณะที่คะแนนเสี่ยงได้ แต่คะแนนที่ได้ควรติดลบจากปีก่อนไม่เกิน -2%
  • อันดับกลาง (เป้าหมายหลัก) : คะแนนควรเป็นบวกจากคะแนนต่ำสุดปีก่อนหน้าประมาณ +2% ถึง +5%
  • อันดับรั้งท้าย (เซฟตี้โซน) : หรืออันดับกันพลาด ควรเลือกคณะที่มั่นใจว่าสอบติดแน่นอน โดยคะแนนรวมควรเป็นบวกตั้งแต่ +8% ถึง +10% ขึ้นไป

วางแผนคะแนน TGAT ให้พร้อม ก่อนยื่นเข้าคณะที่ตั้งใจ

การทำความเข้าใจคะแนน TGAT และวิธีคำนวณคะแนนอย่างถูกต้อง เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้วางแผนการสอบและเลือกคณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนให้ถึงเป้าหมาย การเตรียมตัวกับผู้สอนที่มีประสบการณ์และเข้าใจแนวข้อสอบอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้การอ่านหนังสือเป็นระบบและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

คอร์สติวสอบ TGAT จาก Applied Physics ออกแบบมาเพื่อช่วยให้น้อง ๆ เตรียมพร้อมทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสารภาษาอังกฤษ และเทคนิคการทำข้อสอบ โดยร่วมสอนโดย ศ. ดร. นพ.ประกิตพันธุ์ ทมทิตชงค์ อาจารย์แพทย์จากโรงเรียนแพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 28 ปี และ ครูพี่บุป (บุปผชาติ สิงโตมาศ) ผู้มีประสบการณ์สอนวิชาภาษาอังกฤษยาวนานถึง 27 ปี พร้อมถ่ายทอดเทคนิคการทำข้อสอบและแนวคิดที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้น้อง ๆ เพิ่มความมั่นใจในการเตรียมสอบ พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำคะแนน TGAT ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ช่องทางสอบถามรายละเอียดและสมัครเรียน 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. สถิติการสอบ. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/stat/ 
  2. TGAT1 91 การสื่อสารภาษาอังกฤษ. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/tgat1-91/ 
  3. TGAT2 92 การคิดอย่างมีเหตุผล. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/tgat2-92/ 
  4. TGAT3 93 สมรรถนะการทำงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/tgat3-93/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคะแนน TGAT (FAQs)

Q: การสอบ TGAT มีอายุการใช้งานกี่ปี ? 

A: คะแนนสอบ TGAT มีอายุการใช้งานเพียง 1 ปีเท่านั้น หมายความว่าผลคะแนนที่ได้จากการสอบในปีการศึกษานี้ จะสามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ของปีการศึกษานั้นได้เพียงปีเดียว หากต้องการยื่นสมัครในปีถัดไป (สำหรับเด็กซิ่ว) จะต้องทำการสมัครสอบใหม่ทั้งหมด

Q: หากต้องการยื่นพอร์ตโฟลิโอ (TCAS รอบ 1) จำเป็นต้องใช้คะแนนสอบ TGAT หรือไม่ ? 

A: ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยและคณะที่ยื่นสมัคร ในรอบ Portfolio บางมหาวิทยาลัยอาจพิจารณาจากผลงานและเกรดเฉลี่ย (GPAX) เป็นหลักโดยไม่ใช้คะแนนสอบข้อเขียน แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายโครงการที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนสอบ TGAT เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบร่วมพิจารณาด้วย จึงควรตรวจสอบระเบียบการของแต่ละโครงการอย่างละเอียด

Q: สามารถเลือกขาดสอบ TGAT บางพาร์ต เช่น สอบแค่ TGAT1 และ TGAT2 ได้หรือไม่ ? 

A: การสอบ TGAT เป็นการสอบแบบรวมทั้ง 3 พาร์ตในข้อสอบชุดเดียว ดังนั้นผู้เข้าสอบจะต้องทำข้อสอบให้ครบทุกส่วน ไม่สามารถเลือกสอบหรือเลือกขาดสอบเพียงบางพาร์ตได้ หากไม่ฝนกระดาษคำตอบในพาร์ตใดพาร์ตหนึ่ง คะแนนในส่วนนั้นจะกลายเป็นศูนย์ทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนรวมในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัย

loading
loading
เพิ่มในตะกร้าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
Line OA @appliedphysics