อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนคณะอะไร ? สรุปครบจบที่เดียว
การเตรียมตัวสู่เส้นทางอาชีพโปรแกรมเมอร์ เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจบทบาทงานที่เน้นการแก้ปัญหาผ่านการเขียนโค้ด และการเลือกคณะที่ตอบโจทย์ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นสายทฤษฎีอย่างวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสายประยุกต์อย่างวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และไอที แม้จะไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ดมาก่อน แต่หากน้อง ๆ หมั่นฝึกฝนตรรกะพื้นฐานควบคู่กับการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการค้นคว้า ก็จะช่วยให้เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
Table of Content
หากถามว่าอาชีพไหนมาแรงที่สุดในยุคที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี "โปรแกรมเมอร์" มักเป็นคำตอบอันดับต้น ๆ ในใจของหลายคน บวกกับความต้องการในตลาดงานที่สูงลิ่ว และรายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นสายงานที่ประตูแห่งโอกาสมีอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะในองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำ สตาร์ตอัปสุดล้ำ หรือฟรีแลนซ์ที่ออกแบบชีวิตการทำงานได้เองจากทุกมุมโลก
แต่คำถามสำคัญที่สร้างความสับสนให้น้อง ๆ หลายคนตั้งแต่ก้าวแรกคือ "ถ้าอยากทำอาชีพโปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนคณะไหน ?" เพราะแต่ละคณะล้วนมีจุดเน้นที่แตกต่าง วันนี้เราจะสรุปภาพรวมให้ชัดเจน ตั้งแต่ลักษณะงาน คณะที่เหมาะสม ไปจนถึงการเตรียมตัวสอบ TPAT3 เพื่อเสริมความมั่นใจในการพิชิตคณะในฝันของน้อง ๆ

ชวนทำความรู้จัก “อาชีพโปรแกรมเมอร์” ก่อนเลือกคณะ
โปรแกรมเมอร์ (Programmer) คือผู้ที่ทำหน้าที่เขียนชุดคำสั่งหรือที่เราเรียกกันว่า "โค้ด" (Code) เพื่อสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามโจทย์ที่ต้องการ โดยสื่อสารผ่านภาษาโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Python, Java, JavaScript หรือ C++
อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของโปรแกรมเมอร์ไม่ได้มีเพียงแค่การนั่งพิมพ์โค้ดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน้าที่เหล่านี้
- การออกแบบระบบ : วางโครงสร้างให้ซอฟต์แวร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การแก้ปัญหา (Troubleshooting) : ค้นหาและแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบ
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ : ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่เราเข้าชม แอปพลิเคชันบนมือถือ หรือระบบหลังบ้าน (Back-end) ที่ซับซ้อน ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากฝีมือของโปรแกรมเมอร์ทั้งสิ้น
นักเขียนโปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนคณะไหน ?
สำหรับน้อง ๆ ที่สงสัยว่าหากอยากเขียนโปรแกรม ควรเรียนคณะอะไร ? ปัจจุบัน มีมหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ในหลากหลายคณะ ซึ่งมีการเรียนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science)
คณะนี้เน้นทฤษฎีการคำนวณและรากฐานของซอฟต์แวร์เป็นหลัก น้อง ๆ จะได้เจาะลึกโครงสร้างภาษา อัลกอริทึมที่ซับซ้อน และการคิดอย่างเป็นระบบ เหมาะสำหรับผู้หลงใหลในความลึกซึ้งของงานสายโค้ด
คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
หากน้อง ๆ ชอบทั้ง "ซอฟต์แวร์" และ "ฮาร์ดแวร์" คณะนี้ตอบโจทย์อย่างลงตัว เพราะครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบแผงวงจร ระบบสมองกลฝังตัว ไปจนถึงการเขียนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเน้นความเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์แบบองค์รวม
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)
คณะนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีไป "ประยุกต์ใช้" ในธุรกิจและองค์กร น้อง ๆ จะได้ฝึกทั้งการเขียนโปรแกรม การดูแลเครือข่าย และการบริหารระบบ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานจริงในโลกธุรกิจ
คณะเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม
กลุ่มคณะแนวใหม่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ ผสมผสานการเขียนโปรแกรมเข้ากับงานด้านมัลติมีเดีย เกม หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังเป็นเทรนด์โลก
ควรเรียนด้านใดเพิ่มเติมอีกบ้าง ระหว่างทางสู่การทำอาชีพโปรแกรมเมอร์ ?
กว่าจะก้าวไปถึงจุดที่เขียนโปรแกรมระดับโลกได้ น้อง ๆ ต้องผ่านการปูพื้นฐานในวิชาสำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือน "อาวุธ" ที่โปรแกรมเมอร์ทุกคนต้องมีติดตัว โดยวิชาหลัก ๆ ที่จะได้เรียน มีดังนี้
หลักการเขียนโปรแกรม (Programming Fundamentals)
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด คือการเรียนรู้ "ไวยากรณ์" และตรรกะเบื้องต้นในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ เพื่อให้น้อง ๆ สามารถเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นโค้ดที่ทำงานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างข้อมูลและอัลกอริทึม (Data Structure & Algorithm)
วิชานี้จะสอนวิธีจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ และการออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมให้ฉลาดและรวดเร็ว ถือเป็นวิชาที่ช่วยฝึกทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving) ได้ดีที่สุด
ระบบฐานข้อมูล (Database Systems)
เพราะข้อมูลคือหัวใจของทุกแอปพลิเคชัน น้อง ๆ จะได้เรียนรู้วิธีการออกแบบ การเก็บ และการเรียกใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลอย่างเป็นระบบและปลอดภัย
ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems)
การเจาะลึกไปที่หัวใจของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เข้าใจว่าซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ทำงานร่วมกันได้อย่างไร ช่วยให้น้อง ๆ สามารถเขียนโปรแกรมที่ดึงประสิทธิภาพของระบบออกมาได้สูงสุด
การพัฒนาเว็บฯ และแอปพลิเคชัน (Web / Mobile Development)
วิชาภาคปฏิบัติที่จะรวมความรู้ทั้งหมดมาสร้างเป็นผลงานจริง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาเว็บไซต์ที่สวยงาม (Front-end) หรือระบบจัดการหลังบ้านที่ซับซ้อน (Back-end)
เส้นทางก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
เมื่อรู้แล้วว่าเป้าหมายคือคณะสายคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนถัดมาคือการวางแผน "ติดปีก" เพื่อให้สอบติดในมหาวิทยาลัยที่หวังไว้ ซึ่งมี 2 ส่วนหลักที่น้อง ๆ ต้องโฟกัส
เลือกสายการเรียนที่ปูพื้นฐานได้ดี
แม้ในปัจจุบันบางมหาวิทยาลัยจะเปิดกว้างมากขึ้น แต่การเรียนในสายวิทย์ - คณิตยังคงได้เปรียบอย่างมาก เพราะวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์จะช่วยฝึก "Logical Thinking" หรือกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการเขียนโปรแกรม หากน้อง ๆ มีตรรกะที่ดี การเรียนเขียนโค้ดก็จะกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายขึ้นทันที
ทำความเข้าใจระบบสอบเข้า TCAS สำหรับสายคอมฯ - วิศวะฯ
น้อง ๆ ต้องหมั่นอัปเดตเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัย เพราะแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ "หัวใจของคะแนนสอบ" ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบด้วย
- TGAT : วัดทักษะทั่วไปและการคิดวิเคราะห์
- TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) : นี่คือ "คะแนนชี้ชะตา" สำหรับคณะสายนี้ เพราะเนื้อหาจะวัดความเข้าใจเชิงเทคนิค การคิดคำนวณ และไหวพริบทางวิศวกรรม ซึ่งหลายมหาวิทยาลัยใช้คัดเลือกในสัดส่วนที่สูงมาก
- A-Level : โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ 1 และฟิสิกส์ ที่ยังคงมีความสำคัญในการคิดคะแนนรวม
เมื่อน้อง ๆ มั่นใจแล้วว่า "อาชีพโปรแกรมเมอร์" คือเส้นทางที่ใช่ ขั้นตอนถัดไปที่สำคัญที่สุดคือการทำคะแนนสอบให้ถึงเป้าหมาย โดยเฉพาะคะแนน TPAT3 ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ
เพื่อให้น้อง ๆ เตรียมตัวได้อย่างแม่นยำและถูกจุด คอร์ส TPAT3 จาก Applied Physics จึงถูกออกแบบมาเพื่อความสำเร็จของน้องสายคอมฯ และวิศวะโดยเฉพาะ โดยในคอร์สจะช่วยย่อยเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมสรุปแนวข้อสอบและเทคนิคการจำสูตรที่นำไปใช้ได้จริง เสริมด้วยโจทย์ฝึกซ้อมที่ใกล้เคียงสนามสอบที่สุด เพื่อปูทางให้น้อง ๆ ก้าวสู่คณะในฝันและเส้นทางโปรแกรมเมอร์มืออาชีพได้อย่างที่ตั้งใจ
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่
- โทร: 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599
- LINE: @appliedphysics (มี @ ด้วยนะ)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเตรียมตัวทำอาชีพโปรแกรมเมอร์ (FAQs)
Q: ความเข้าใจที่ว่า "โปรแกรมเมอร์ต้องเก่งคณิตศาสตร์มาก" เป็นเรื่องจริงไหม ?
A: จริงเพียงครึ่งเดียว ในการทำงานจริงไม่ได้ใช้สูตรคำนวณซับซ้อนตลอดเวลา แต่คณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานของ "Logical Thinking" หรือการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สุดในการเขียนโค้ด หากน้อง ๆ มีตรรกะที่ดี ก็จะสามารถเรียนรู้การเขียนโปรแกรมได้ไม่ยาก
Q: จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ดมาก่อนเข้ามหาวิทยาลัยหรือไม่ ?
A: ไม่จำเป็น มหาวิทยาลัยจะเริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานใหม่ทั้งหมด แต่หากน้อง ๆ มีพื้นฐานมาบ้างจะช่วยให้ปรับตัวได้เร็วขึ้นและเข้าใจบทเรียนที่ซับซ้อนได้ง่ายกว่าคนอื่น การลองศึกษาภาษาเบื้องต้นอย่าง Python มาก่อนจึงถือเป็นกำไรสำหรับตัวน้อง ๆ เอง
Q: คะแนน TPAT3 มีผลมากน้อยแค่ไหนกับการสอบเข้าคณะสายนี้ ?
A: มีผลอย่างมาก โดยเฉพาะในคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ของหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่ใช้ TPAT3 เป็นสัดส่วนคะแนนหลักในการคัดเลือก เพราะข้อสอบนี้วัดความถนัดทางเทคโนโลยีและกระบวนการคิดเชิงวิศวกรรม ซึ่งสะท้อนความพร้อมในการเรียนสายนี้โดยตรง
Q: ภาษาอังกฤษสำคัญอย่างไรต่อการเรียนและการทำงานโปรแกรมเมอร์ ?
A: สำคัญ เนื่องจากตำราเรียน คู่มือการแก้ปัญหา (Documentation) และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ล้วนเป็นภาษาอังกฤษ หากน้อง ๆ มีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดี จะช่วยให้ค้นคว้าวิธีแก้ปัญหาเวลาโค้ดติดบั๊กได้รวดเร็ว และมีโอกาสเติบโตในบริษัทต่างชาติที่มีฐานเงินเดือนสูงกว่า
