สรุปฟิสิกส์การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย ครบที่เดียว !
Key Takeaway
การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (SHM) เป็นหนึ่งในบทเก็บคะแนนสำคัญของข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ ที่เน้นความเข้าใจคอนเซปต์มากกว่าการคำนวณซับซ้อน หัวใจหลักของการสรุปฟิสิกส์การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายคือการเข้าใจลักษณะการสั่นกลับไปกลับมาผ่านจุดสมดุล โดยมีความเร่งและแรงดึงกลับที่มีทิศสวนทางกับการกระจัดเสมอ สิ่งที่น้อง ๆ ต้องแม่นยำคือการแยกความแตกต่างของแอมพลิจูด คาบ และความถี่ รวมถึงระวังจุดหลอกยอดฮิตในข้อสอบ เช่น ระบบมวลติดสปริงที่คาบเวลาจะแปรผันตามมวลและค่าคงที่สปริง แต่สำหรับระบบลูกตุ้มนาฬิกา คาบเวลาจะขึ้นอยู่กับความยาวเชือกโดยที่ "มวลไม่มีผลต่อการแกว่งเลย" การปูพื้นฐานความเข้าใจที่มาของสูตรควบคู่ไปกับการฝึกทำโจทย์เก่าเพื่อจับทางข้อสอบ จะช่วยให้ไม่โดนสับขาหลอกและพร้อมคว้าคะแนน A-Level 69 จากบทนี้ได้อย่างมั่นใจ
Table of Content
- การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายคืออะไร ?
- ปริมาณทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
- สรุปสูตรคำนวณที่ต้องจำสำหรับทำข้อสอบเรื่องการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสรุปฟิสิกส์เรื่องการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (FAQs)
- Q : การเคลื่อนที่แบบกลับไปกลับมาทุกชนิด ถือเป็นการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายทั้งหมดเลยหรือเปล่า ?
- Q : ถ้าเราดึงสปริงให้ยืดออกมากขึ้นวัตถุจะสั่นครบรอบเร็วขึ้นไหม ?
- Q : สปริงที่แขวนในแนวดิ่ง กับสปริงที่วางในแนวนอน มีสูตรหาคาบการสั่นเหมือนกันไหม ?
- Q : พลังงานของการเคลื่อนที่แบบ SHM เปลี่ยนแปลงอย่างไรระหว่างการสั่น ?
บทความนี้จะขอพาน้อง ๆ ไปลุยกันในหัวข้อฟิสิกส์สุดฮิตที่ออกสอบ A-Level ฟิสิกส์แทบทุกปี นั่นก็คือ การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย บทนี้บอกเลยว่าเป็นบทที่ "เก็บคะแนนได้ชัวร์" ถ้าเข้าใจคอนเซปต์และจำสูตรหลัก ๆ ได้ เพราะโจทย์มักจะเล่นกับความเข้าใจเรื่องตัวแปรต่าง ๆ ไม่ได้ซับซ้อนจนเกินไป โดยพี่ ๆ ได้สรุปฟิสิกส์เรื่องการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายแบบกระชับ อ่านจบปุ๊บพร้อมเอาไปทำโจทย์หรือต่อยอดความรู้ในคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลายเพื่อเตรียมสอบได้เลย

การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายคืออะไร ?
การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย หรือ Simple Harmonic Motion (SHM) คือการเคลื่อนที่ของวัตถุที่แกว่งหรือสั่น "กลับไปกลับมาผ่านจุดสมดุล" ในลักษณะซ้ำรอยเดิม โดยมีคาบของการเคลื่อนที่คงที่เสมอ
จุดเด่นสำคัญที่สุดที่โจทย์ทฤษฎีชอบถามคือ ความเร่งของวัตถุจะแปรผันตรงกับระยะกระจัดจากจุดสมดุล แต่มีทิศทางตรงข้ามกันเสมอ หมายความว่า ยิ่งวัตถุอยู่ห่างจากจุดสมดุลมากเท่าไรความเร่งยิ่งมาก แต่ความเร่งนั้นจะพยายามดึงวัตถุให้กลับมาที่จุดสมดุลเสมอ
ลักษณะของแรงดึงกลับ
เหตุผลที่วัตถุสั่นกลับไปกลับมาได้ก็เพราะมีสิ่งที่เรียกว่า “แรงดึงกลับ (Restoring Force)” โดยแรงนี้คือปัจจัยหลักที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่กลับสู่จุดสมดุล โดยมีคุณสมบัติสำคัญที่น้อง ๆ ต้องจำให้แม่น คือ
- แปรผันตามระยะกระจัด : ยิ่งดึงวัตถุออกไปไกลจากจุดสมดุลมากเท่าไหร่ แรงดึงกลับยิ่งมีค่ามากเท่านั้น หลักการจำให้นึกภาพตอนเราง้างหนังยาง ยิ่งดึงตึง ยิ่งดีดแรง
- ทิศทางสวนทางเสมอ : แรงดึงกลับจะมีทิศพุ่งเข้าหาจุดสมดุลเสมอ สวนทางกับทิศของการกระจัด (x) ซึ่งในกรณีของสปริง เราจะเขียนเป็นสมการกฎของฮุกได้ว่า
F=kx
ตัวอย่างการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย ในชีวิตประจำวัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นในการสรุปฟิสิกส์การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย เราสามารถพบเจอการเคลื่อนที่แบบการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายได้ทั่วไปรอบตัว เช่น
- การแกว่งของลูกตุ้มนาฬิกาโบราณ
- การสั่นของสายกีตาร์เมื่อถูกดีด
- การเคลื่อนที่ขึ้นลงของลูกสูบในเครื่องยนต์
- การแกว่งของชิงช้าในสนามเด็กเล่น

ปริมาณทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
มาถึงจุดที่ข้อสอบชอบเอามาหลอกบ่อยที่สุด นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่าง การกระจัด ความเร็ว และความเร่ง โดยสถานะของวัตถุในแต่ละตำแหน่งในการสั่นแบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย มีความสัมพันธ์กัน ดังนี้
- ที่จุดสมดุล (ตรงกลาง)
- การกระจัด (x) = 0 เพราะอยู่ตรงจุดอ้างอิงพอดี
- ความเร็ว (v) มีค่าสูงสุด พุ่งผ่านตรงกลางด้วยความเร็วทะลุหลอด
- ความเร่ง (a) = 0 เพราะไม่มีระยะกระจัด จึงไม่มีแรงดึงกลับมาทำ ณ เสี้ยววินาทีนั้น
- ที่จุดปลาย (ริมสุดซ้าย-ขวา)
- การกระจัด (x) = มีค่าสูงสุด โดยเราเรียกค่านี้ว่า “แอมพลิจูด”
- ความเร็ว (v) = 0 เพราะวัตถุต้องหยุดนิ่งชั่วขณะเพื่อกลับตัว
- ความเร่ง (a) มีค่าสูงสุด และมีทิศชี้เข้าหาจุดสมดุลเสมอ
แอมพลิจูด คาบ และความถี่ สิ่งที่ต้องแยกให้รู้
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ต้องจำให้แม่นในการสรุปฟิสิกส์การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายคือปริมาณพื้นฐาน 3 ตัวนี้ ห้ามสับสนเด็ดขาด เพราะเป็นแกนหลักในการคำนวณ
- แอมพลิจูด (Amplitude A) : คือ ระยะการกระจัดสูงสุด วัดจากจุดสมดุลถึงจุดปลาย (ระยะที่ไกลที่สุดที่วัตถุแกว่งไปถึง)
- คาบ (Period ,T): คือ "เวลา" ที่ใช้ในการเคลื่อนที่ครบ 1 รอบเต็ม มีหน่วยเป็นวินาที
- ความถี่ (Frequency ,f): คือ "จำนวนรอบ" ที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ใน 1 วินาที มีหน่วยเป็นเฮิรตซ์ หรือ Hz
- สูตรความสัมพันธ์: คาบและความถี่เป็นส่วนกลับของกันและกันเสมอ
F=1T หรือ T=1F

สรุปสูตรคำนวณที่ต้องจำสำหรับทำข้อสอบเรื่องการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย

ในข้อสอบ A-Level ระบบที่เราจะต้องเจอแน่ ๆ มี 2 ระบบ คือ มวลติดสปริง และ ลูกตุ้มนาฬิกา จากรูปสรุปสูตรด้านบน สามารถสรุปฟิสิกส์เป็นสูตรการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายให้เข้าใจทีละสเตปได้ดังนี้ เพื่อช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจลำดับการคิด และสามารถนำไปปรับใช้ในสนามสอบจริงได้
สูตรจากข้อพิสูจน์การสั่นสปริง
ลองดูภาพกล่องสี่เหลี่ยมมวล m ที่ผูกติดกับสปริงค่าคงที่ k เมื่อเราดึงกล่องแล้วปล่อย กล่องจะสั่นไปมาบนพื้นลื่น
การพิสูจน์สูตร:
- เรารู้ว่าแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่คือแรงสปริง จากกฎของนิวตัน F=ma
- ในเรื่องสปริง ขนาดของแรงคือ Fสปริง=kx และในเรื่องการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายขนาดของความเร่งคือ a=w2x (เมื่อ w คือความถี่เชิงมุม)
- จับมาเท่ากันจะได้: kx=m(w2x)
- สังเกตว่า x ตัด x ทิ้งไปได้ จึงทำให้สามารถจัดรูปสมการใหม่ได้: w=km
- แต่เรารู้ว่า w= 2T ถ้านำไปแทนค่า เราจะได้สูตรหาคาบ (T) ออกมาคือ T=2mk
- และถ้าน้อง ๆ อยากหาความถี่ (f) ก็แค่จับกลับเศษเป็นส่วน ดังนี้ f=12km
สูตรจากข้อพิสูจน์การแกว่งตุ้มนาฬิกา
มาต่อกันที่ข้อพิสูจน์การแกว่งตุ้มนาฬิกาที่อยู่ด้านล่างของภาพกันบ้าง เป็นลูกตุ้มมวล m แขวนด้วยเชือกยาว l แล้วแกว่งเป็นมุม เล็ก ๆ
การพิสูจน์สูตร:
- เมื่อลูกตุ้มแกว่ง แรงที่ดึงลูกตุ้มกลับมาที่จุดสมดุลไม่ใช่แรงโน้มถ่วง mg ทั้งหมด แต่เป็นองค์ประกอบของแรงที่ตั้งฉากกับเส้นเชือก นั่นก็คือ mg sin
- ตั้งสมการนิวตัน F=ma จะได้ mg sin = m(w2x)
- สำหรับการแกว่งด้วยมุมเล็ก ๆ ไม่เกิน 10 องศา ค่า sin จะมีค่าประมาณเท่ากับ ซึ่งหาได้จากอัตราส่วน ความยาวส่วนโค้ง x / ความยาวเชือก l ดังนั้น sin xl
- แทนค่า sin กลับเข้าไป จะได้: mg(xl)=m(w2x)
- สังเกตว่ามวล m ตัดกันได้ และระยะ x ก็ตัดกันได้เช่นกัน ดังนั้น สมการต่อมาจึงอยู่ในรูป gl=w2w=gl
- นำ w=2T ไปแทนค่า จะได้สูตรหาคาบของลูกตุ้มดังนี้ T=2lg
- รวมถึงสูตรหาความถี่ f=12gl
น้อง ๆ สังเกตเห็นไหมว่าในสูตรลูกตุ้มนาฬิกาไม่มีตัวแปรมวล (m) อยู่เลย ดังนั้น หมายความว่า ถ้าเราเอาลูกเหล็กหนัก 10 กิโลกรัม กับลูกปิงปองเบา ๆ มาผูกเชือกยาวเท่ากัน แล้วแกว่งพร้อมกัน วัตถุทั้งสองก็จะแกว่งครบรอบพร้อมกันเป๊ะ ภายใต้เงื่อนไขไม่มีแรงต้านอากาศ นี่คือจุดที่ข้อสอบ A-Level ชอบเอามาสับขาหลอกสุด ๆ
การจำสูตรการสั่นของสปริงหรือคาบการแกว่งลูกตุ้มจากสรุปฟิสิกส์การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายอาจยังไม่พอสำหรับการทำคะแนนได้สูงในสนามสอบ A-Level 69 เพราะข้อสอบจริงมักจะมีจุดหลอกแพรวพราวซ่อนอยู่ ดังนั้น ถ้าน้อง ๆ ไม่อยากทำคะแนนหล่นจากการโดนสับขาหลอก ขอแนะนำให้มาอัปสกิลความแม่นยำกันต่อใน คอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย ของ Applied Physics ที่จะพาน้อง ๆ เจาะลึกถึง "แก่น" ของฟิสิกส์ทุกบทแบบจัดเต็ม เรามีเทคนิคการมองโจทย์ให้ขาด สอนวิธีทำความเข้าใจเพื่อลดการท่องจำที่เปล่าประโยชน์ พร้อมพาตะลุยโจทย์แนวข้อสอบจริงทุกรูปแบบเพื่อดักทางคนออกข้อสอบ ไม่ว่าจะอยากมาเรียนสด หรือจัดตารางเรียนเองแบบยืดหยุ่นผ่านแอป AP Classroom ก็ทำได้อย่างสะดวกและตอบโจทย์ที่สุด
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่
- โทร: 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599
- LINE: @appliedphysics (มี @ ด้วยนะ)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสรุปฟิสิกส์เรื่องการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (FAQs)
Q : การเคลื่อนที่แบบกลับไปกลับมาทุกชนิด ถือเป็นการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายทั้งหมดเลยหรือเปล่า ?
A : ไม่ใช่ทั้งหมด นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด การเคลื่อนที่แบบกลับไปกลับมาซ้ำรอยเดิม เราเรียกรวม ๆ ว่า "การเคลื่อนที่แบบพีริออดิก (Periodic Motion)" แต่จะเป็นการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายได้นั้น "แรงดึงกลับจะต้องแปรผันตรงกับการกระจัดเสมอ" ยกตัวอย่างเช่น ลูกปิงปองที่เด้งไปมาซ้ายขวาสะท้อนกำแพง 2 ฝั่ง อันนี้มีคาบเวลาคงที่ก็จริง แต่ไม่ใช่การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย เพราะแรงไม่ได้แปรผันตามระยะกระจัด
Q : ถ้าเราดึงสปริงให้ยืดออกมากขึ้นวัตถุจะสั่นครบรอบเร็วขึ้นไหม ?
A : ไม่เร็วขึ้นและไม่ช้าลง คาบการสั่นของระบบมวลติดสปริงขึ้นอยู่กับมวล (m) และค่าคงที่สปริง (k)เท่านั้น ตามสูตร T=2mk แอมพลิจูดหรือระยะที่เราดึงตอนแรกไม่มีผลต่อคาบและเวลาในการสั่น แต่จะมีผลทำให้ความเร็วสูงสุดของวัตถุเพิ่มขึ้น
Q : สปริงที่แขวนในแนวดิ่ง กับสปริงที่วางในแนวนอน มีสูตรหาคาบการสั่นเหมือนกันไหม ?
A : ใช้สูตรเดียวกันได้เลย คือT=2mk แม้ว่าสปริงที่แขวนในแนวดิ่งจะมีแรงโน้มถ่วงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ "จุดสมดุล" เปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิม (สปริงยืดออกมาระยะหนึ่งก่อนเริ่มสั่น) แต่แรงโน้มถ่วงนี้ไม่มีผลต่อ "คาบเวลา" ของการสั่น
Q : พลังงานของการเคลื่อนที่แบบ SHM เปลี่ยนแปลงอย่างไรระหว่างการสั่น ?
A : ในอุดมคติที่ไม่มีแรงเสียดทาน พลังงานกลรวมของระบบจะ "คงที่เสมอ" แต่จะมีการเปลี่ยนรูประหว่างพลังงานจลน์และพลังงานศักย์
- ที่จุดปลาย (ริมสุด) : พลังงานศักย์จะสูงสุด (เพราะยืด/หดสุด) แต่พลังงานจลน์เป็นศูนย์
- ที่จุดสมดุล (ตรงกลาง) : พลังงานศักย์จะต่ำสุด แต่พลังงานจลน์จะสูงสุด
