เตรียมสอบ A-Level ฟิสิกส์ ม.ปลาย สรุปเนื้อหาครบทุกเรื่อง
A-Level ฟิสิกส์คือด่านทดสอบสำคัญของเด็กสายวิทย์-คณิต โดยข้อสอบมีครอบคลุม 5 กลุ่มเนื้อหา ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่พาร์ต “กลศาสตร์” และ “ไฟฟ้าและแม่เหล็ก” ที่ครองสัดส่วนคะแนนมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ การรู้ขอบเขตเนื้อหาว่าฟิสิกส์ ม.ปลาย เรียนอะไรบ้าง และการวางแผนอ่านหนังสือแบบจัดลำดับความสำคัญ จะช่วยลดภาระในการอ่านเนื้อหาที่กว้างเกินความจำเป็น และเปลี่ยนวิชาที่ใคร ๆ ก็มองว่ายาก ให้กลายเป็น “อาวุธลับ” ในการดึงคะแนนรวม เพื่อยื่นเข้าคณะแข่งขันสูงอย่าง แพทยศาสตร์, ทันตแพทย์, เภสัชศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ได้อย่างมั่นใจ
Table of Content
- Q : ข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ เหมือนหรือต่างจาก PAT2 และ 9 วิชาสามัญ ในอดีตอย่างไร ?
- Q : ถ้าเตรียมตัวไม่ทันจริง ๆ สามารถ "เท" หรือทิ้งบทไหนได้บ้าง ?
- Q : A-Level ฟิสิกส์ กับ TPAT3 (ความถนัดวิศวะ) เนื้อหาเหมือนกันไหม อ่านทีเดียวสอบได้ 2 ตัวเลยหรือเปล่า ?
- Q : ข้อสอบที่มีส่วนของการ "เติมคำตอบ" จะยากกว่าข้อสอบปรนัยไหม ?
ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลสอบ A-Level เข้ามาทุกที เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนกำลังนั่งมองกองหนังสือฟิสิกส์เล่มหนาเตอะ แล้วเกิดคำถามในใจเหมือนกันหมดว่า “ฟิสิกส์ ม.ปลาย เรียนอะไรบ้าง แล้วที่เรียนมาทั้งหมดจะออกสอบ A-Level ตรงไหน ?” ถ้าน้อง ๆ รู้สึกว่าเนื้อหามันเยอะกระจัดกระจาย ทั้งกลศาสตร์ ไฟฟ้า คลื่น แสง ไปจนถึงอะตอม บทความนี้จะมาช่วย “จัดระเบียบสมอง” พร้อมพาไปดูกันให้ชัด ๆ ไปเลยว่า Roadmap ฟิสิกส์ ม.ปลาย ทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการสอบ A-Level มีอะไรบ้าง บทไหน “ต้องเน้นสุด ๆ” หรือบทไหนเป็น “คะแนนช่วย” ที่ต้องเก็บ เพื่อให้น้อง ๆ จัดตารางการอ่านหนังสือได้อย่างคุ้มค่าเวลา รวมถึงลงเรียนคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย มาเสริมจุดแข็ง แก้จุดอ่อนได้อย่างตรงจุดที่สุด
กางพิมพ์เขียวข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์
ก่อนจะไปทบทวนกันว่าฟิสิกส์ ม.ปลาย เรียนอะไรบ้าง เรามาดูโครงสร้างข้อสอบกันก่อน โดยปัจจุบันข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ มีรูปแบบที่ชัดเจนมากตามประกาศของ ทปอ. ดังนี้
- จำนวนข้อ : 30 ข้อ
- เวลา : 90 นาที (เฉลี่ยข้อละ 3 นาที)
- รูปแบบ :
- ปรนัย 5 ตัวเลือก : 25 ข้อ (เน้นคอนเซปต์และการคำนวณพื้นฐาน)
- เติมคำตอบ/ระบายตัวเลข : 5 ข้อ (ส่วนนี้มักจะเป็นการคำนวณที่ต้องแม่นยำเรื่องหน่วยและเลขนัยสำคัญ)
- คะแนนเต็ม : 100 คะแนน
เนื้อหาฟิสิกส์ ม.ปลาย ทั้งหมด โดยสรุปจะถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ และแต่ละกลุ่มจากสถิติย้อนหลังที่ผ่านมามีจำนวนข้อเฉลี่ยในการออกสอบดังนี้
- กลศาสตร์ : 8–10 ข้อ (ออกเยอะที่สุด)
- ไฟฟ้าและแม่เหล็ก และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า : 6–8 ข้อ
- คลื่นกลและแสง : 5–7 ข้อ
- อุณหพลศาสตร์และสมบัติเชิงกลของสาร : 3–5 ข้อ
- ฟิสิกส์อะตอมและนิวเคลียร์ : 3–5 ข้อ
จากข้อมูลด้านบน น้อง ๆ จะเห็นว่า “กลศาสตร์ + ไฟฟ้าและแม่เหล็ก” คือก้อนเค้กชิ้นใหญ่ที่สุด ดังนั้น ถ้าเก็บสองพาร์ตนี้ได้แม่น คะแนนเกินครึ่งแน่นอน
1. กลศาสตร์
พาร์ตนี้ถือว่าสำคัญที่สุดสำหรับการสอบ A-Level ฟิสิกส์ เพราะเป็นพาร์ตที่ออกสอบมากที่สุดประมาณ 8-10 ข้อ โดยข้อสอบมีทั้งถามนิยามความเข้าใจ และการคำนวณ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องแม่นเรื่องการเขียน Free-body diagram
หัวข้อที่ต้องเน้น
- การเคลื่อนที่แนวตรง : บทนี้ถือเป็นพื้นฐานสำหรับบทต่อ ๆ ไป โดยสิ่งที่ต้องเน้นให้ชัวร์คือ “การแปลกราฟ” (s-t, v-t, a-t) ต้องดูความชัน (Slope) และพื้นที่ใต้กราฟให้เป็น รวมถึงการเลือกใช้ 5 สมการหลักให้ถูกกับตัวแปรที่โจทย์ให้มา
- แรงและกฎของนิวตัน : จำสูตร F=ma ไว้ให้แม่น ส่วนเคล็ดลับในการแก้โจทย์คือ “วาดรูป – ตั้งแกน – แตกแรง” ก่อนเสมอ อย่ารีบแทนสูตรถ้ายังไม่เห็นภาพแรงทั้งหมด
- สมดุลกล : หลักสำคัญคือ F=0 และ =0 (โมเมนต์ตาม = โมเมนต์ทวน)
- โมเมนตัม : บทนี้โจทย์ยอดฮิตคือการชนและการระเบิด จำไว้ว่า “โมเมนตัมจะอนุรักษ์เมื่อแรงภายนอกรวมเป็นศูนย์ ” แต่ “พลังงานจลน์ไม่จำเป็นต้องอนุรักษ์” (ถ้าชนแบบไม่ยืดหยุ่น)
- การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ (วงกลม/SHM):
- วงกลม: จำแรงสู่ศูนย์กลาง Fc=mv2r ให้ได้ และดูให้ออกว่าแรงไหนทำหน้าที่เป็นแรงสู่ศูนย์กลาง
- Simple Harmonic Motion (SHM) : เน้นที่การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของ x,v,a รวมถึงเหตุผลว่าทำไมความเร่ง a ถึงมีทิศชี้เข้าหาจุดสมดุลเสมอ
2. ไฟฟ้าและแม่เหล็ก
พาร์ตนี้โดยเฉลี่ยแล้วออกสอบ 6-8 ข้อ น้อง ๆ หลายคนกลัวพาร์ตนี้เพราะสูตรเยอะมาก แต่ข่าวดีคือ “แพตเทิร์นโจทย์ค่อนข้างตายตัว” ไม่ค่อยพลิกแพลงพิสดารเท่ากลศาสตร์
หัวข้อที่ต้องเน้น
- ไฟฟ้าสถิต : เรื่องแรงคูลอมบ์ (F=kq1q2r2) สนามไฟฟ้า (E), และศักย์ไฟฟ้า (V) โดยสิ่งที่ต้องฝึกคือการรวมเวกเตอร์และการดูทิศทางของสนามไฟฟ้า
- ไฟฟ้ากระแส : ถือเป็นอีกหนึ่งบทเก็บคะแนน เพราะเนื้อหาไม่ยากมาก แนะนำให้ฝึก “ยุบวงจร” (อนุกรม-ขนาน) ให้คล่อง เข้าใจกฎของโอห์ม (V=IR) และการคิดกำลังไฟฟ้า (P=IV) ทริกคือ เช็กความสมเหตุสมผลของคำตอบเสมอ เช่น ต่อ R แบบขนาน ความต้านทานรวมต้องลดลง
- แม่เหล็ก : เน้นที่ความเข้าใจในการหาทิศแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อประจุ (F=qvB) หรือเส้นลวด (F=ilB) และเรื่องการเหนี่ยวนำ (กฎของ Faraday และ Lenz) ที่ชอบออกเป็นข้อสอบวัดความเข้าใจทิศทางกระแสเหนี่ยวนำ
- คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า : จำลำดับสเปกตรัมให้ได้ (วิทยุ แกมมา) รวมถึงประโยชน์/โทษของแต่ละช่วงความถี่ โดยมักออกเป็นข้อความจำ 1 ข้อ
3. คลื่นกลและแสง
พาร์ตนี้ออกสอบ 5-7 ข้อ อย่างไรก็ตาม เป็นพาร์ตที่น้อง ๆ หลายคนชอบเท เพราะสูตรเยอะและงง แต่จริง ๆ แล้วถ้า “วาดภาพเป็น” ชีวิตจะง่ายขึ้นมาก
หัวข้อที่ต้องเน้น
- คลื่นกล : ต้องแม่นสมการ v=f เข้าใจเรื่องเฟส (Phase) ว่าจุดไหนเฟสตรงกัน/ต่างกัน และเรื่องคลื่นนิ่ง (Node/Antinode) โดยข้อสอบยุคใหม่ชอบให้ “รูปคลื่น” มาแล้วถาม มากกว่าให้คำนวณดื้อ ๆ
- เสียง : ระวังเรื่อง Doppler Effect ต้องแยกให้ออกว่า “แหล่งกำเนิดเคลื่อนที่” หรือ “ผู้สังเกตเคลื่อนที่” เพราะสูตรและการกำหนดเครื่องหมายความเร็วจะต่างกัน ส่วนเรื่องความเข้มเสียงมักออกแนวเปรียบเทียบ
- แสง (เชิงรังสี & เชิงคลื่น) :
- เชิงรังสี : เรื่องกระจกและเลนส์ การเกิดภาพจริง/ภาพเสมือน ทริกคือจำ Sign Convention (เครื่องหมาย) ของระยะภาพ และความยาวโฟกัส ให้แม่น
- เชิงคลื่น : การแทรกสอด (Slit คู่/เดี่ยว/Grating) จำเงื่อนไขการเกิดแถบมืด/แถบสว่าง
4. อุณหพลศาสตร์และสมบัติของสาร
สำหรับหัวข้อนี้จะออกสอบประมาณ 3-5 ข้อ ข้อดีคือเป็นบทที่เนื้อหาไม่เยอะ ดังนั้น ถ้าน้อง ๆ เข้าใจพื้นฐานฟิสิกส์ ม.ปลาย สรุปกฎต่าง ๆ จนจำได้ขึ้นใจ ก็มีโอกาสเก็บคะแนนได้เยอะ
หัวข้อที่ต้องเน้น
- ความร้อนและแก๊ส : กฎแก๊สอุดมคติ (PV=nRT) และกฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์ (U=Q+W) โดยสิ่งที่ต้องระวังคือ การอ่านกราฟ P-V ต้องดูว่ากระบวนการเป็นแบบไหน (Isothermal, Isobaric, etc.) เพื่อคำนวณงาน (W)ได้ถูกต้อง
- ของแข็งและของไหล : เรื่องความเค้น-ความเครียด (Young’s Modulus) และของไหลอย่างแรงลอยตัว หรือสมการแบร์นูลลี (P+12ρv2+ρgh=const) โดยโจทย์ชอบประยุกต์กับชีวิตจริง เช่น แรงดันน้ำในท่อขนาดต่างกัน
5. ฟิสิกส์อะตอมและนิวเคลียร์
บทสุดท้ายของฟิสิกส์ ม.ปลาย ที่มักเรียนกันตอน ม.6 เทอม 2 จากสถิติย้อนหลัง และมักพบว่าออกสอบ 3-5 ข้อ ซึ่งในการสอบ A-Level ยุคปัจจุบันจะเน้น “ความเข้าใจคอนเซปต์มากกว่าการคิดเลขยาก ๆ”
หัวข้อที่ต้องเน้น
- ฟิสิกส์อะตอม : ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก (Photoelectric Effect) ต้องเข้าใจสมการพลังงาน E=hf-W และแปลความหมายกราฟให้เป็น
- ฟิสิกส์นิวเคลียร์ : เรื่องครึ่งชีวิต (T1/2) จำคีย์เวิร์ดว่า “ลดลงครึ่งหนึ่งทุกช่วงเวลาที่เท่ากัน” นอกจากนั้นก็มีเรื่องปฏิกิริยานิวเคลียร์ (Fission/Fusion) การคำนวณพลังงานยึดเหนี่ยว
เตรียมตัวอย่างไรให้ทันสอบ A-Level ?
ถึงแม้จะเข้าใจภาพรวมแล้วว่าฟิสิกส์ ม.ปลาย เรียนอะไรบ้าง แต่น้อง ๆ หลายคนก็มักจะตกม้าตายตรงที่ “อ่านเยอะแต่ทำข้อสอบไม่ได้” หรือ “ทำไม่ทันเวลา” เพราะฟิสิกส์ไม่ใช่แค่วิชาท่องจำ แต่เป็นวิชาทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝน ยิ่งเวลามีน้อย เรายิ่งต้องวางแผนให้คุ้มค่าเหนื่อยที่สุด โดยเคล็ดลับเตรียมตัวสอบฟิสิกส์ A-Level ที่น้อง ๆ สามารถนำไปปรับใช้มีดังนี้
1. จัดลำดับการเก็บเนื้อหาตาม “ความคุ้มค่า”
อย่าเริ่มอ่านจากบทที่ 1 เรียงไปจนจบบทสุดท้าย เพราะบางบทออกน้อยแต่เนื้อหายาก ให้เลือกเก็บจากกลุ่มที่ “ออกเยอะ + เก็บคะแนนง่าย” ก่อนเสมอ เพื่อตุนคะแนนให้อุ่นใจ
- Phase 1 : กลศาสตร์ + ไฟฟ้ากระแส
- นี่คือก้อนเนื้อหาที่ใหญ่ที่สุด รวมกันเกือบ 50% ของข้อสอบ ถ้าทิ้งสองบทนี้โอกาสทำคะแนนได้ดีแทบไม่มี ดังนั้น แนะนำให้ใช้เวลากับหัวข้อนี้เยอะที่สุด ฝึกเขียน Free Body Diagram ให้คล่อง ฝึกยุบวงจรให้ไว
- Phase 2 : ความร้อน/แก๊ส + ของไหล + ฟิสิกส์อะตอม/นิวเคลียร์
- กลุ่มนี้มีเนื้อหาไม่ซับซ้อน สูตรตรงไปตรงมา และมักไม่ออกพลิกแพลงมาก เหมาะสำหรับใช้อัปคะแนนในช่วงเวลาที่เหลือจำกัด ถ้าน้อง ๆ เก็บกลุ่มนี้ได้แม่น ๆ บอกเลยว่าคะแนนพุ่ง
- Phase 3 : คลื่น/แสง + ไฟฟ้าสถิต/แม่เหล็ก
- กลุ่มนี้สูตรเยอะและต้องใช้จินตนาการสูง (เช่น การวาดภาพ, กฎมือขวา) ให้เลือกเก็บส่วนที่ถนัดก่อน เช่น ถ้าชอบคำนวณไปเน้นเรื่องคลื่น ถ้าชอบจำไปเน้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
2. เปลี่ยนวิธีเรียน : เลิก "ท่องสูตร" แต่ให้ "เข้าใจเงื่อนไข"
ปัญหาคลาสสิกของเด็กไทยในการเรียนฟิสิกส์ ม.ปลาย คือ “จำสูตรที่สรุปได้แต่แทนค่าไม่ถูก” เพราะฟิสิกส์ A-Level ชอบวางกับดักที่เงื่อนไข
- วิธีแก้ : ทุกครั้งที่เจอสูตรใหม่ อย่าจำแค่ตัวแปร ให้เขียนกำกับไว้เสมอว่าสูตรนี้ใช้ได้เมื่อไร ?
- ตัวอย่าง: สูตร v=u+at ใช้ได้เฉพาะตอนที่ความเร่งคงที่ ถ้าความเร่งไม่คงที่ น้องต้องใช้วิธีอื่น (เช่น กราฟ หรือ แคลคูลัส)
- ตัวอย่าง : เรื่องโมเมนตัม สูตร Pก่อน=Pหลังใช้ได้เฉพาะเมื่อไม่มีแรงภายนอกมากระทำเท่านั้น
- เทคนิค : ลองฝึกอธิบายที่มาของสูตรให้เพื่อนฟัง หรือพูดกับตัวเองก็ได้ ถ้าอธิบายได้แปลว่าน้อง ๆ เข้าใจแล้วจริง ๆ ไม่ใช่แค่จำได้
3. เทคนิคทำโจทย์ : The “Sandwich” Method
การฝึกทำโจทย์มี 2 แบบที่น้อง ๆ ต้องทำสลับกันเหมือนแซนด์วิช
- แบบแยกบท : หลังจากอ่านจบหนึ่งบท ให้ทำโจทย์บทนั้นทันที 20-30 ข้อ เพื่อเช็กว่าเราเข้าใจคอนเซปต์จริงไหม
- แบบคละบท : อันนี้สำคัญมาก เพราะในห้องสอบจริง โจทย์ไม่ได้เรียงบทมาให้ น้อง ๆ ต้องฝึก “การระบุบท” ให้เร็วที่สุดเมื่อเห็นโจทย์ แนะนำให้ลองหยิบข้อสอบเก่าปีล่าสุดมาทำโดย ไม่เปิดสูตรดูเลย เพื่อดูว่าจุดอ่อนเราอยู่ตรงไหนกันแน่
4. ซ้อมจับเวลาจริง
ในการสอบ A-Level ฟิสิกส์ น้อง ๆ มีเวลาเฉลี่ยข้อละ 3 นาที เท่านั้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้พลาดเรื่องการบริหารเวลา แนะนำให้ซ้อมจับเวลาเหมือนอยู่ในห้องสอบจริง ๆ ยิ่งซ้อมบ่อย วันสอบจริงก็ยิ่งตื่นตระหนกน้อยลง
การรู้ขอบเขตเนื้อหาว่าฟิสิกส์ ม.ปลาย เรียนอะไรบ้างเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเตรียมสอบ A-Level แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการ ‘เชื่อมโยง’ และ ‘ประยุกต์’ เนื้อหาเหล่านั้นมาใช้แก้โจทย์ให้ทันเวลา 90 นาที ถ้าน้อง ๆ ยังรู้สึกว่าภาพรวมในหัวยังไม่ชัด จับประเด็นไม่ถูก หรือกังวลว่าพื้นฐานไม่แน่นพอจะรับมือกับข้อสอบจริง อยากชวนน้อง ๆ มาปูพื้นฐานและอัปสกิลให้แกร่งขึ้นกับ คอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย ของ Applied Physics ที่นี่เราเน้นสอนให้เข้าใจแก่นฟิสิกส์จริง ๆ ตัดปัญหานั่งท่องสูตรแต่ใช้ไม่เป็น พร้อมเทคนิควิเคราะห์โจทย์ที่ช่วยให้มองภาพออกและลดเวลาทำข้อสอบลงได้จริง เลือกเรียนได้ยืดหยุ่นผ่านแอป AP Classroom
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่
โทร: 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599
LINE: @appliedphysics (มี @ ด้วยนะ)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ A-Level ฟิสิกส์
Q: ข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ เหมือนหรือต่างจาก PAT2 และ 9 วิชาสามัญ ในอดีตอย่างไร ?
A: A-Level ฟิสิกส์มีรูปแบบข้อสอบที่คล้ายกับ "9 วิชาสามัญ" มาก คือเน้นวัดความเข้าใจ และเป็น Speed Test (ข้อละ 3 นาที) แตกต่างกับ PAT2 ที่เน้นคิดเลขซับซ้อนหลายชั้น ดังนั้น ถ้าน้อง ๆ จะหาข้อสอบเก่าฟิสิกส์ ม.ปลายมาฝึกทำเพื่อสรุปความเข้าใจ แนะนำทำข้อสอบเก่า 9 วิชาสามัญจะตรงแนวมากกว่า PAT2
Q: ถ้าเตรียมตัวไม่ทันจริง ๆ สามารถ "เท" หรือทิ้งบทไหนได้บ้าง ?
A: ถ้าต้องเลือกเทจริง ๆ (ซึ่งไม่แนะนำ) ให้เลือกเทบทที่ "ออกน้อยแต่เนื้อหาเยอะ/จำเยอะ" เช่น ฟิสิกส์นิวเคลียร์ หรือ เสียง แต่บทที่ห้ามเทเด็ดขาดคือกลศาสตร์ และไฟฟ้า เพราะสองก้อนนี้กินสัดส่วนคะแนนไปเกือบครึ่งหนึ่งของข้อสอบ
Q: A-Level ฟิสิกส์ กับ TPAT3 (ความถนัดวิศวะ) เนื้อหาเหมือนกันไหม อ่านทีเดียวสอบได้ 2 ตัวเลยหรือเปล่า ?
A: ไม่เหมือนกันซะทีเดียว A-Level ฟิสิกส์ จะเน้นทฤษฎีและการคำนวณตามหลักวิชาการจ๋า ๆ เลย แต่ TPAT3 พาร์ตฟิสิกส์ จะเน้น "เชิงช่างและการประยุกต์" เช่น เรื่องรอก, คาน, กลไกเฟือง หรือเซนส์ทางวิศวกรรม ซึ่งอาจไม่ได้ใช้สูตรลึกซึ้งเท่า A-Level แต่อาศัยการมองภาพและการแก้ปัญหาหน้างานมากกว่า
Q: ข้อสอบที่มีส่วนของการ "เติมคำตอบ" จะยากกว่าข้อสอบปรนัยไหม ?
A: ข้อสอบเติมคำตอบ 5 ข้อสุดท้าย ไม่ได้ยากไปกว่าส่วนปรนัย เพียงแต่ความกดดันคือ "ไม่มีตัวเลือกให้เดา" และต้องระวังเรื่อง "หน่วย" กับ "ทศนิยม" ให้ดี เช่น โจทย์ถามในหน่วยกิโลวัตต์แต่เราตอบวัตต์ หรือฝนทศนิยมผิดตำแหน่ง คะแนนก็จะหายไปเลย ส่วนนี้ต้องอาศัยความรอบคอบสู
