สรุปฟิสิกส์อะตอม A-Level 69 มีอะไรบ้างที่ต้องจำให้แม่น ? | Applied Physics
  กลับสู่หน้าบทความ

สรุปฟิสิกส์อะตอม A-Level 69 ครบทุกหัวข้อสำคัญ

 26 ธันวาคม 2568 11:58:15

ฟิสิกส์อะตอมเป็นหนึ่งในบทที่หลายคนมองว่ายากเพราะเต็มไปด้วยคำใหม่ ๆ อย่างโฟตอน ระดับพลังงานติดลบ หรือคลื่นเดอบรอยล์ แต่จริง ๆ แล้วสำหรับการสอบ A-Level 69 บทนี้ถือว่า “คุ้มค่ากับการทำคะแนนมาก” เพราะเนื้อหาไม่เยอะ แต่ออกสอบสม่ำเสมอทุกปี แถมแนวข้อสอบก็ยังวนอยู่ในประเด็นสำคัญไม่กี่เรื่องเท่านั้น บทความนี้เลยจะมาสรุปฟิสิกส์อะตอมทุกจุดที่ต้องจำให้เป๊ะ เพื่อให้น้อง ๆ นำไปฝึกฝนสำหรับการสอบ A-Level 69 หรือใครจะเอาไปต่อยอดเสริมความรู้ด้วยการลงเรียนคอร์สเรียนฟิสิกส์ จะได้มีพื้นฐานแบบเน้น ๆ ช่วยให้มั่นใจในการทำข้อสอบอีกด้วย 

Table of Contents:


สรุปฟิสิกส์อะตอมคือหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของวิชาฟิสิกส์

ทำไมฟิสิกส์อะตอมถึงสำคัญใน A-Level 69 ?

น้อง ๆ อาจจะสงสัยว่า "พี่ครับ บทนี้มันอยู่ท้าย ๆ เทอม ม.6 เนื้อหาก็ดูเป็นนามธรรม แบบนี้การทุ่มเวลามาจำสรุปฟิสิกส์อะตอมจะคุ้มค่าเวลาจริงเหรอ ?” 

หากตอบคำถามนี้ด้วยข้อมูลของปีก่อน ๆ จะเห็นได้ว่า จากข้อมูลสถิติย้อนหลังหลายปีที่ผ่านมา (รวมถึงสมัย 9 วิชาสามัญ) โครงสร้างข้อสอบ A-Level วิชาฟิสิกส์มีทั้งหมดประมาณ 20 บท โดยบทฟิสิกส์อะตอมจะออกข้อสอบประมาณ 2–4 ข้อทุกปี ถึงแม้อาจฟังดูเหมือนน้อย แต่ถ้านับสัดส่วนคะแนนเทียบกับความยากและความซับซ้อนของเนื้อหา ถือว่าเป็นหัวข้อยอดฮิตที่ "ออกชัวร์" และ "รูปแบบไม่พลิกแพลงมากนัก" โดยจะเน้นทั้งเชิงคำนวณและแนวคิดเชิงควอนตัม เช่น เรื่องปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก, แบบจำลองอะตอมของโบร์ และความยาวคลื่นเดอบรอยล์

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าน้อง ๆ อ่านสรุปฟิสิกส์อะตอมจนหลักการแน่น จำได้ขึ้นใจ โอกาสที่จะดันคะแนน A-Level 69 ให้เพิ่มสูงขึ้นก็มีมาก ถือเป็นบทที่คนเก่งใช้เก็บคะแนนเต็ม และคนปานกลางใช้ดึงคะแนนให้ดีดตัวขึ้นมา

สรุปฟิสิกส์อะตอม มีประเด็นไหนบ้างที่ควรจำให้แม่นก่อนเข้าสนามสอบ A-Level 69

ถึงตรงนี้ เรามาสรุปฟิสิกส์อะตอมกันทีละเรื่องเลยว่า ในสนาม A-Level 69 นี้ มีจุดไหนที่ “ต้องจำให้แม่น” และ “ต้องเข้าใจให้ลึก” บ้าง

1.หน่วยอิเล็กตรอนโวลต์ (eV) กับพลังงานโฟตอน

ขอเริ่มต้นด้วยหัวข้อแรกที่เป็นประตูด่านหน้าและน้อง ๆ ต้องเจอแน่ ๆ ในฟิสิกส์อะตอม คือเรื่อง พลังงานระดับอะตอม ในบทนี้เราจะไม่ค่อยใช้หน่วย "จูล (J)" กันเท่าไร เพราะค่าน้อยมาก (ระดับ 10-19) แต่จะนิยมใช้หน่วยเป็นอิเล็กตรอนโวลต์ (eV) แทน เพราะเลขสวยและคำนวณสะดวกกว่า

สิ่งที่น้อง ๆ ต้องจำให้ขึ้นใจในการอ่านสรุปฟิสิกส์อะตอมคือเรื่องของหน่วยอิเล็กตรอนโวลต์ (eV) กับพลังงานโฟตอน โดยให้ความสำคัญในจุดเหล่านี้ 

  • ความหมายของ 1 eV : คือพลังงานที่อิเล็กตรอน 1 ตัวได้รับ เมื่อถูกเร่งผ่านความต่างศักย์ไฟฟ้า 1 โวลต์
  • ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วย: 1 eV = 1.6 × 10−19 J

จุดระวัง: โจทย์ A-Level จะชอบหลอก บางครั้งให้ค่าพลังงานมาเป็น eV แต่ให้ค่าคงที่ (เช่นค่า h หรือ c) มาในหน่วย SI (จูล, เมตร/วินาที) หรือต้องเอาไปคำนวณร่วมกับสมการอื่นที่เป็นหน่วย SI ดังนั้น การแปลงหน่วยกลับไปกลับมาต้องคล่องมาก ห้ามสะดุดเด็ดขาด

พลังงานของโฟตอน: ฟิสิกส์อะตอมจะเกี่ยวข้องกับแสง (โฟตอน) เยอะมาก โดยสมการสำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจของเรื่องนี้คือ:

E = hf

หรือแปลงเป็นความยาวคลื่น (λ)ได้ว่า:

E = hc λ


โดยที่:

  • E = พลังงานโฟตอน
  • h = ค่าคงที่ของแพลงก์ (6.63 × 10−34 J · s)
  • f = ความถี่ของแสง
  • λ = ความยาวคลื่นแสง
  • c = อัตราเร็วแสงในสุญญากาศ (3 × 108 m/s)

จำให้แม่น:
  1. การเชื่อมโยงตัวแปร : น้อง ๆ จะต้องมองภาพ E, f, λ ให้เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าโจทย์จะบอกความถี่หรือความยาวคลื่นก็ต้องรู้พลังงานทันที
  2. หน่วย : การแปลงหน่วยนาโนเมตร (nm → 10−9 m)
  3. สูตรลัด : แอบกระซิบว่า ถ้าโจทย์ให้ λ มาเป็นหน่วย nm และต้องการคำตอบเป็น eV  ให้ใช้สูตร E = hc λ จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมาก 

2. ระดับพลังงานของอะตอม & สเปกตรัมเส้น


หัวข้อนี้เป็นพื้นฐานเชิงควอนตัมที่สำคัญมากในการสรุปฟิสิกส์อะตอม เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้น้อง ๆ รู้ว่า “พลังงานในระดับอะตอมไม่ได้มีค่าต่อเนื่อง” เหมือนที่เราเดินขึ้นทางลาด แต่เหมือนเราเดินขึ้นบันไดขั้น ๆ


แนวคิดหลักที่ต้องเข้าใจ 

  • Quantized Energy : อิเล็กตรอนในอะตอมมีระดับพลังงานไม่ต่อเนื่อง แต่ละวงโคจรหรือแต่ละระดับชั้นจะมีค่า En เฉพาะตัว
  • การกระโดดของอิเล็กตรอน : อิเล็กตรอนจะย้ายชั้นได้ ต้องมีการรับหรือจ่ายพลังงานที่ “พอดีเป๊ะ” กับผลต่างของระดับชั้นนั้น ๆ (ΔE)

การดูด/คายโฟตอนกับสเปกตรัมเส้น

นี่คือจุดที่ข้อสอบชอบออก ซึ่งน้อง ๆ ควรจะต้องจำกฎเหล่านี้ให้ได้

  • ดูดโฟตอน : อิเล็กตรอนได้พลังงานเพิ่ม → กระโดดจากระดับต่ำ (n น้อย) ไปสูง (n มาก)
  • คายโฟตอน : อิเล็กตรอนเสียพลังงาน → ตกจากระดับสูง (n มาก) ลงต่ำ (n น้อย) ซึ่งพลังงานที่คายออกมาจะอยู่ในรูปของ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (แสง)

สมการหลัก:

Ephoton = hf = EสูงEต่ำ


เมื่อได้ค่าพลังงาน (Ephoton) มาแล้ว ก็เอาไปแปลงเป็นความยาวคลื่น (λ) ก็จะได้เป็น “เส้นสเปกตรัม” สีต่าง ๆ ของธาตุนั้นเอง

3. แบบจำลองอะตอมของโบร์ 

อีกหนึ่งหัวข้อที่จะต้องทบทวนในการอ่านสรุปฟิสิกส์อะตอม เพื่อให้น้อง ๆ ได้เข้าใจถึงแบบจำลองอะตอมของโบร์ (Bohr model) ซึ่งถือเป็นหัวใจของฟิสิกส์อะตอมในระดับ A-Level เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างฟิสิกส์คลาสสิก (ฟิสิกส์ดั้งเดิม) กับฟิสิกส์ควอนตัม

สิ่งที่ต้องจำใน Bohr model (โดยเฉพาะอะตอมไฮโดรเจน) 

  1. ระดับพลังงานของอิเล็กตรอนชั้นที่ n :
    En = − 13.6 n2  eV
    สูตรนี้ใช้สำหรับอะตอมไฮโดรเจน โดย n = 1, 2, 3, … (เลขควอนตัมหลัก)
  2. พลังงานโฟตอนจากการเปลี่ยนระดับ
    ΔE = Eสุดท้ายEเริ่มต้น
    • ถ้าคำนวณออกมาแล้ว ΔE เป็นบวก แสดงว่า ดูดพลังงาน
    • ถ้าคำนวณออกมาแล้ว ΔE เป็นลบ แสดงว่า คายโฟตอน (คายพลังงานออกมา)
  3. สูตร Rydberg (สำหรับหาความยาวคลื่น)
    1 λ  =  R ( 1 n12  −  1 n22 )
    สูตรนี้ใช้หา λ ของแสงที่ได้จากการเปลี่ยนระดับพลังงาน โดยน้อง ๆ จะต้องแทนค่า n ต่ำ และ n สูง ให้ถูกตำแหน่ง (ค่าในวงเล็บต้องเป็นบวกเสมอถ้าหาความยาวคลื่น)

ทริคสำหรับทำโจทย์

  • อ่านโจทย์ให้ดี ว่าเป็นการกระโดดจากระดับไหนไปไหน (n ต่ำ → สูง หรือกลับกัน)
  • วาดรูป “บันไดระดับพลังงาน” เสมอ จะช่วยคิดง่ายมาก โดยให้เขียนเลข n กำกับไว้เลยว่าชั้นไหนพลังงานสูง/ต่ำ
  • อย่าคิดคำนวณพลังงานติดลบ ให้สนใจที่ ผลต่างพลังงานE) เป็นหลัก เพราะนั่นคือพลังงานของโฟตอนที่เราจะเอาไปใช้ต่อ

นักเรียนกำลังตั้งใจอ่านสรุปฟิสิกส์อะตอมเพื่อเตรียมตัวสอบ

4. ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก

ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก (Photoelectric Effect) ถือเป็นตัวอย่างสุดคลาสสิกที่ยืนยันคุณสมบัติความเป็น "อนุภาค" ของแสง และจากสถิติแนวข้อสอบที่ผ่านมานี่คืออีกหนึ่งหัวข้อยอดฮิตที่ออกสอบบ่อยมากเช่นกัน

สมการโฟโตอิเล็กทริกที่ต้องท่องให้ขึ้นใจ

EKmax = hfW


โดยที่:

  • hf = พลังงานโฟตอนแสงที่ตกกระทบ
  • Φ หรือ W = ฟังก์ชันงาน (Work Function) คือ "ค่าผ่านทาง" หรือพลังงานขั้นต่ำที่สุดที่ต้องจ่ายเพื่อดึงอิเล็กตรอนให้หลุดจากผิวโลหะ (Φ = hf0)
  • EKmax = พลังงานจลน์สูงสุดของอิเล็กตรอนที่หลุดออกมาได้

ความสัมพันธ์กับศักย์หยุดยั้ง: โจทย์มักจะไม่บอก EKmax มาตรง ๆ แต่จะบอกผ่านตัวแปรที่ชื่อว่า "ความต่างศักย์หยุดยั้ง" (Vs) ซึ่งสัมพันธ์กันตามสูตร:

EKmax = eVs


คอนเซปต์ที่ต้องเข้าใจเพื่อไม่ให้หลงทาง 

  1. ความถี่ตัดเริ่ม (f0) : ถ้าแสงที่ส่องมามีความถี่ f < f0 (พลังงานน้อยกว่าค่าผ่านทาง) จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนเลย ต่อให้เพิ่มความเข้มแสงให้สว่างแค่ไหน อิเล็กตรอนก็ไม่ออก
  2. ผลของ “ความถี่” (สีของแสง)
    • เพิ่มความถี่ (สูงขึ้น) → พลังงานแสงเยอะขึ้น → อิเล็กตรอนหลุดออกมาแรงขึ้น → EKmax และ Vs เพิ่มขึ้น
  3. ผลของ “ความเข้มแสง” (ความสว่าง)
    • เพิ่มความเข้มแสง → จำนวนเม็ดโฟตอนเยอะขึ้น → ชนโดนอิเล็กตรอนหลายตัวขึ้น → อิเล็กตรอนหลุดออกมาเยอะขึ้น → กระแสไฟฟ้าโฟโตอิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น
    • แต่ EKmax และ Vs เท่าเดิม (เพราะพลังงานต่อ 1 เม็ดโฟตอนเท่าเดิม)


กราฟที่ชอบออกสอบ

  • กราฟ EKmax vs f จะเป็นเส้นตรง ความชันเท่ากับค่าคงที่แพลงก์ (h) เสมอ และจุดตัดแกน X คือ f0
  • กราฟกระแส vs ศักย์ไฟฟ้า : น้อง ๆ จะต้องดูให้ออกว่าเส้นไหนความเข้มสูงกว่า (ดูที่ความสูงกราฟช่วงราบ) และเส้นไหนความถี่สูงกว่า (ดูที่จุดตัดแกน V หรือ Vs)

5. ความยาวคลื่นเดอบรอยล์

หัวข้อสุดท้ายของการสรุปฟิสิกส์อะตอมที่จะมาอธิบายในบทความนี้คือ De Broglie Wavelength ซึ่งมีแนวคิดคือ "ในเมื่อคลื่นเป็นอนุภาคได้ (จากเรื่องโฟโตอิเล็กทริก) แล้วอนุภาคจะเป็นคลื่นบ้างได้ไหม ?" คำตอบคือ ได้ เพราะอนุภาคทุกชนิดที่มีโมเมนตัมจะมีคุณสมบัติเป็นคลื่นได้

สมการหลักที่ต้องจำ

λ = h p  =  h mv


โดย:

  • λ = ความยาวคลื่นเดอบรอยล์
  • p = โมเมนตัม (mv)


กรณีเร่งอนุภาคด้วยความต่างศักย์ V
: บ่อยครั้งโจทย์จะบอกว่าเร่งอิเล็กตรอนด้วยความต่างศักย์ V เราสามารถหาสูตรความยาวคลื่นได้เป็น

λ = h √(2mEk)  =  h √(2meV)


ตัวอย่างข้อสอบฟิสิกส์อะตอม A-Level ทำความเข้าใจจากโจทย์จริง

หลังจากที่น้อง ๆ ได้อ่านสรุปฟิสิกส์อะตอมทั้งในส่วนเนื้อหาและสูตรสำคัญกันไปแล้ว คราวนี้เรามาลอง “ลับคม” ด้วยการตะลุยโจทย์จริงกันบ้างดีกว่า พี่ ๆ ได้คัดแนวข้อสอบ A-Level มาฝาก 2 ข้อ เรามาลองแกะรอยวิธีคิดไปพร้อมกันเลย

ตัวอย่างข้อสอบฟิสิกส์อะตอมเรื่องแบบจำลองอะตอมของโบร์

ข้อที่ 1

จากรูป ตัวอย่างข้อสอบฟิสิกส์อะตอมข้อหนึ่งวัดความเข้าใจเรื่อง แบบจำลองอะตอมของโบร์ โดยเฉพาะเรื่องรัศมีวงโคจร (Rn) โดยโจทย์ถามว่าสถานะกระตุ้นที่สองมีรัศมีเป็น a แล้วสถานะพื้นจะมีรัศมีเท่าไร ?

ทำไมถึงตัวอย่างข้อสอบฟิสิกส์อะตอมข้อนี้ถึงตอบข้อ 5 a 9 มาดูวิธีคิดกัน:

  1. หัวใจสำคัญของข้อนี้คือการแปลงคำพูดให้เป็นตัวเลข (n) ให้ถูกต้อง
    • สถานะพื้น (Ground State) : คือต่ำสุด → n = 1
    • สถานะกระตุ้นที่ 1 (1st Excited State) : อิเล็กตรอนถูกยกขึ้นมา 1 ชั้น → n = 2
    • สถานะกระตุ้นที่ 2 (2nd Excited State) : อิเล็กตรอนถูกยกขึ้นมา 2 ชั้น → n = 3
  2. ตั้งสมการรัศมี จากสูตร Rnn2 (รัศมีแปรผันตรงกับเลขชั้นยกกำลังสอง) หรือเขียนเต็ม ๆ ว่า
    Rn = R1n2
  3. แทนค่าหาคำตอบ
    • โจทย์บอกว่าสถานะกระตุ้นที่สอง (n = 3) รัศมีเท่ากับ a
    • แทนค่าลงไป: a = R1(3)2
    • จะได้ a = 9R1
    • โจทย์ถามหา “สถานะพื้น” ซึ่งก็คือค่า R1 นั่นเอง
    • ย้ายข้างสมการจะได้คำตอบทันที R1 a 9

ตัวอย่างข้อสอบฟิสิกส์อะตอมเรื่องทวิภาคของคลื่นและอนุภาค

ข้อที่ 2

จากรูป ตัวอย่างข้อสอบฟิสิกส์อะตอมข้อนี้เป็นโจทย์เรื่อง ทวิภาคของคลื่นและอนุภาค โดยโจทย์ไม่ได้ให้ตัวเลขมาตรง ๆ แต่ให้มาเป็นตัวแปร (m, K, λ) เพื่อวัดว่าเราเข้าใจความสัมพันธ์ของสูตรแค่ไหน และคำถามของโจทย์คือ ถ้าพลังงานจลน์เพิ่มขึ้นจาก K เป็น 3K ความยาวคลื่นเดอบรอยล์จะเปลี่ยนเท่าไร ?

ทำไมตัวอย่างข้อสอบฟิสิกส์อะตอมข้อนี้ถึงตอบข้อ 5 ( λ √3 ) มาดูวิธีคิดกัน

  1. หาสูตรที่เชื่อมโยงกัน

    เราเริ่มจากสูตรเดอบรอยล์ λ = h p แต่โจทย์ให้พลังงานจลน์ (Ek หรือ K) จึงต้องแปลงโมเมนตัม p ให้อยู่ในรูปพลังงาน

    จากความสัมพันธ์ Ek = p2 2m จะได้ว่า p = √(2mEk)

    ดังนั้นสูตรที่ใช้บ่อยคือ

    λ = h √(2mEk)

  2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์

    จากสูตรจะเห็นว่า λ (ความยาวคลื่น) แปรผกผันกับรากที่สองของ Ek (พลังงานจลน์)

    λ 1 Ek

  3. เทียบอัตราส่วน (Ratio Method)

    วิธีนี้เร็วที่สุด ไม่ต้องแทนค่าตัวเลขให้เสียเวลา

    • ตั้งสมการเทียบก่อนหลัง (λ2 กับ λ1)
    • λ2 / λ1 = √( Ek1 Ek2 )
    • แทนค่า Ek1 = K และ Ek2 = 3K
    • จะได้ λ2 / λ1 = √( K 3K )
    • ตัดตัว K ทิ้ง จะเหลือ 1 √3
    • ย้ายข้าง λ จะได้คำตอบสุดท้ายว่า λ2 = λ √3

ฟิสิกส์อะตอมจะเข้าใจง่ายขึ้นเยอะ ถ้าน้อง ๆ มีพื้นฐานฟิสิกส์แน่นและมองภาพรวมของบทต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการทำข้อสอบ A-Level 69 แบบจับเวลา ถ้าน้อง ๆ รู้สึกว่าบางเรื่องยังไม่แม่น หรืออยากมีพี่ ๆ มาช่วยสรุปฟิสิกส์อะตอมแบบ Step-by-step อธิบายให้เห็นภาพ พร้อมตะลุยโจทย์ที่ออกสอบจริง อาจลองเริ่มต้นกับคอร์สเรียนฟิสิกส์ของ Applied Physics โดยที่นี่เน้นสอนแบบเข้าใจจริง ไม่ใช่แค่ท่องสูตร พร้อมเทคนิคคิดเร็ว ทำโจทย์ไว และสรุปเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องที่จำง่ายกว่าเดิม น้อง ๆ สามารถเลือกได้ทั้งแบบเรียนสดและเรียนออนไลน์ผ่านแอป AP Classroom ที่จัดเวลาเรียนได้ตามสะดวก 

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่

โทร: 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599 

LINE: @appliedphysics  (มี @ ด้วยนะ)

ข้อมูลอ้างอิง

  • โครงสร้างข้อสอบและตัวอย่างข้อสอบ. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.mytcas.com/blueprint/a-level-64-phy/
loading
loading
เพิ่มในตะกร้าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
Line OA @appliedphysics