วิศวกรรมเครื่องกลต้องสอบอะไรบ้าง จบไปต้องทำงานแบบไหน ?
สำหรับน้อง ๆ ที่มีความฝันอยากเป็นวิศวกรเครื่องกล ไม่ว่าจะอยากออกแบบเครื่องยนต์ ผลิตชิ้นส่วนในโรงงาน หรือพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานให้โลกหมุนต่อไป บอกเลยว่าทางสายนี้น่าสนใจมาก ๆ และโอกาสการทำงานก็หลากหลายสุด ๆ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น น้อง ๆ ต้องรู้ก่อนว่าการจะเข้าเรียนคณะที่ต่อยอดสู่อาชีพวิศวกรรมเครื่องกลต้องสอบอะไรบ้างในระบบ TCAS รวมถึงเทคนิคการเตรียมตัว หาคอร์สติว TPAT 3 ยังไงให้ตอบโจทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสสอบติด มาเริ่มวางแผนไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า
Table of Contents:
- วิศวกรรมเครื่องกลต้องสอบอะไรบ้างในระบบ TCAS ?
- แนวทางเตรียมตัวสอบเข้าวิศวกรรมเครื่องกล
- เส้นทางอาชีพของวิศวกรเครื่องกลหลังเรียนจบ
- วิศวกรเครื่องกลเงินเดือนเริ่มต้นเท่าไร ?

อยากเรียนวิศวกรรมเครื่องกลต้องสอบอะไรบ้างใน TCAS ?
“วิศวกรรมเครื่องกล” คือหนึ่งในสาขาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดังนั้น ถ้าถามว่าอยากเรียนวิศวกรรมเครื่องกลต้องสอบอะไรบ้างใน TCAS คำตอบก็จะเหมือนกับคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาอื่น ๆ โดยจะเน้นการวัดศักยภาพของน้อง ๆ ทั้งในแง่ “ความถนัด” และ “ความรู้เชิงวิชาการ” การสอบจึงแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ ได้แก่
TGAT (Thai General Aptitude Test)
เป็นข้อสอบวัด “ความถนัดทั่วไป” ที่ออกแบบมาเพื่อดูว่าน้อง ๆ มีทักษะการคิดวิเคราะห์และการทำงานร่วมกับผู้อื่นในระดับที่เหมาะสมกับการเรียนมหาวิทยาลัยหรือไม่ โดยเนื้อหาหลัก ๆ ของ TGAT ได้แก่
- การคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ (Logical Thinking)
- ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (English Communication)
- สมรรถนะในการทำงานร่วมกัน (Future Workforce Competency)
แม้จะไม่ใช่ข้อสอบที่เน้นเนื้อหาวิชาการลึก ๆ เหมือนวิชาสามัญ แต่ TGAT ก็เป็นตัวแปรสำคัญในรอบพอร์ตและรอบแอดมิชชัน เพราะช่วยบ่งบอกศักยภาพของผู้สมัครได้ชัดเจน
TPAT3 (Thai Professional Aptitude Test 3)
ข้อนี้ถือเป็นหัวใจของการสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์เลยก็ว่าได้ โดย TPAT3 จะวัดความถนัดเฉพาะทางในสายวิศวกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่น้อง ๆ จะได้เรียนในคณะ เช่น
- การแก้โจทย์เชิงตรรกะ
- มิติสัมพันธ์
- กลศาสตร์เบื้องต้น
- ฟิสิกส์เชิงประยุกต์
- คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ตัวเลขและระบบ
ถ้าน้อง ๆ อยากเรียนวิศวกรรมเครื่องกลจริง ๆ ต้องไม่พลาดเตรียม TPAT3 ให้แน่น เพราะหลายคณะทั้งในรอบ 1 รอบ 2 และรอบ 3 ใช้คะแนนนี้เป็นเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกเลย
A-Level
A-Level ก็คือข้อสอบวิชาสามัญในระบบเดิมนั่นเอง ใช้สำหรับยื่นรอบแอดมิชชันกลางหรือรอบอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิชาที่น้อง ๆ ควรโฟกัสคือ
- คณิตศาสตร์ 1 (Math 1) – ความแม่นในพีชคณิต แคลคูลัส ฟังก์ชัน และสถิติ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ใช้ในการเรียนต่อสายวิศวกรรมเกือบทุกแขนง โดยเฉพาะเครื่องกลที่ต้องวิเคราะห์แรง การเคลื่อนที่ และระบบทางกล
- ฟิสิกส์ – วิชานี้แทบจะเป็นหัวใจของวิศวะเครื่องกล เพราะเกี่ยวข้องกับกลศาสตร์ การเคลื่อนที่ พลังงาน และแรงต่าง ๆ ที่ใช้จริงในการออกแบบระบบกลไก เครื่องยนต์ และเครื่องจักร
- เคมี (เสริม) – แม้จะไม่ใช่วิชาหลักในทุกสถาบัน แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งก็กำหนดให้ใช้คะแนนเคมีร่วมด้วย โดยเฉพาะในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับวัสดุศาสตร์หรือกระบวนการผลิต
สิ่งสำคัญคือ น้อง ๆ ต้องเช็กเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยก่อนว่าควรใช้วิชาใดบ้างในการยื่นคะแนน A-Level เพื่อจะได้เตรียมตัวสอบได้ตรงจุดที่สุด
แนวทางเตรียมตัวสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาเครื่องกล
เมื่อน้อง ๆ รู้แล้วว่าถ้าอยากเรียนวิศวกรรมเครื่องกลต้องสอบอะไรบ้างใน TCAS ก็ถึงเวลาวางแผนการเตรียมตัวกันอย่างจริงจัง เพื่อให้น้อง ๆ เข้าใกล้เป้าหมายได้อย่างมั่นใจ
ตั้งเป้าหมายคณะและมหาวิทยาลัยให้ชัดเจน
อย่าเตรียมแบบหว่านแห แนะนำให้น้อง ๆ ลิสต์ชื่อมหาวิทยาลัยที่อยากเข้า แล้วเช็กว่าใช้คะแนนอะไรบ้างในแต่ละรอบ TCAS เช่น
- บางแห่งใช้พอร์ต + TPAT3
- บางแห่งใช้ TGAT + A-Level
- หรือบางแห่งอาจมีสอบสัมภาษณ์หรือสอบคัดเลือกเพิ่มเติม
การรู้เป้าหมายล่วงหน้าจะช่วยให้น้อง ๆ วางแผนการอ่านหนังสือได้อย่างเป็นระบบ ไม่เสียเวลาไปกับวิชาหรือสนามสอบที่ไม่ได้ใช้จริง
วางแผนอ่านหนังสือล่วงหน้า
การสอบเข้าไม่ใช่เรื่องของใครเร็วใครได้ แต่เป็นเรื่องของใคร “เตรียมพร้อมที่สุด” ลองแบ่งเวลาอ่านหนังสือแบบรายเดือน รายสัปดาห์ โดยเน้น 3 วิชาหลัก ทั้งคณิต – ฟิสิกส์ – TPAT3 ให้แม่นยำ แนะนำให้น้อง ๆ หมั่นทำโจทย์เก่าเพื่อจับแนวข้อสอบ และทบทวนบทที่ออกบ่อย เช่น กลศาสตร์ พลังงาน สมการเคลื่อนที่ ตลอดจนฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์โจทย์วิศวกรรม
สมัครคอร์สติวเสริมจุดอ่อน
ถ้ารู้สึกว่าเรียนเองแล้วยังไม่เข้าใจสักที หรือลองทำข้อสอบเก่าแล้วยังไม่แม่นเรื่องกลศาสตร์ หรือมิติสัมพันธ์ ลองมองหาคอร์สติวที่สอนเฉพาะทางสำหรับสายวิศวกรรมเครื่องกลดู เช่น คอร์สติว TPAT3 เฉพาะทางของ Applied Physics ที่ช่วยแนะนำเทคนิคการจับเวลาทำข้อสอบ และฝึกโจทย์ที่ออกสอบจริงทุกปี การมีคนช่วยแนะนำจุดอ่อน – จุดแข็ง จะช่วยให้น้อง ๆ ไม่หลงทาง และประหยัดเวลาในการเตรียมตัวสอบได้มากขึ้น
หลังจบคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาเครื่องกล ทำงานอะไรได้บ้าง ?
อีกคำถามที่น้อง ๆ มักสงสัยก็คือ “จบวิศวกรรมเครื่องกลทํางานอะไรได้บ้าง ?” ซึ่งคำตอบมีเยอะมาก ! เพราะวิศวกรรมเครื่องกลเป็นสาขาที่ประยุกต์ได้หลากหลายอุตสาหกรรม และถือเป็นสาขา “กลาง” ที่ต่อยอดได้หลายทาง โดยด้านล่างคือตัวอย่างบางส่วน ว่าถ้าหากเรียนจบด้านวิศวกรเครื่องกลทํางานอะไรได้บ้าง
- อุตสาหกรรมยานยนต์ – ออกแบบ วิเคราะห์ หรือทดสอบชิ้นส่วนของรถยนต์ เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบเบรก หรือจะไปทางด้านวิจัยพัฒนารถ EV ก็ได้เหมือนกัน
- อุตสาหกรรมการผลิต – วางแผนกระบวนการผลิตในโรงงาน ควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติ ตรวจสอบคุณภาพสินค้า ไปจนถึงออกแบบไลน์การผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- อุตสาหกรรมพลังงาน – ทำงานกับโรงไฟฟ้า โรงงานชีวมวล หรืองานที่เกี่ยวกับการจัดการพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และไฮโดรเจน ซึ่งมาแรงมากในยุค Net Zero
- อุตสาหกรรมการบิน – ดูแลกลไกเครื่องบิน ระบบเชื้อเพลิง ระบบความดัน ฯลฯ ซึ่งต้องการวิศวกรเครื่องกลที่เข้าใจหลักฟิสิกส์ขั้นสูงและมาตรฐานความปลอดภัย
- การก่อสร้างและระบบอาคาร – ออกแบบระบบปรับอากาศ ลิฟต์ บันไดเลื่อน ระบบน้ำ ระบบดับเพลิง และการจัดการพลังงานภายในอาคารขนาดใหญ่
- อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ – ทำงานในโรงกลั่น แท่นขุดเจาะ หรือในระบบท่อส่งพลังงาน เป็นสายงานที่ท้าทาย รายได้ดี แต่ต้องพร้อมลุยและเดินทางบ่อย
- การวิจัยและพัฒนา (R&D) – คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น หุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ วัสดุอัจฉริยะ หรือเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและ IoT
วิศวกรเครื่องกลเงินเดือนเริ่มต้นเท่าไร ?
ปิดท้ายด้วยเรื่องที่น้อง ๆ น่าจะอยากรู้ที่สุด “วิศวกรเครื่องกลเงินเดือนเริ่มต้นเท่าไร ?” บอกเลยว่าทำงานสายนี้ถือว่า “คุ้มเหนื่อย” เพราะวิศวกรเครื่องกลเป็นที่ต้องการในตลาดงานสูง และค่าตอบแทนเริ่มต้นอยู่ในระดับที่ดีเลย
- วิศวกรเครื่องกลเงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000 – 25,000 บาท/เดือน สำหรับเด็กเจ็บใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน
- ถ้าได้งานกับบริษัทใหญ่ หรือบริษัทระดับนานาชาติ ก็มีโอกาสเริ่มต้นที่ 30,000+ บาทได้
- หากน้อง ๆ มี ใบ กว. (ใบอนุญาตวิศวกร) จะช่วยเพิ่มโอกาสเลื่อนตำแหน่ง และเพิ่มเงินเดือนได้เร็วมาก
- อีกทางเลือกที่มาแรงคือการต่อยอดสาย Mechatronics, Robotics หรือ AI Systems ที่เงินเดือนสูงมากทั้งในไทยและต่างประเทศ
การสอบเข้าเรียนในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลไม่ได้ยากเกินเอื้อม หากน้อง ๆ เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้าชัดเจน และฝึกฝนอย่างมีทิศทาง โดยเฉพาะ TPAT3 กับฟิสิกส์ ซึ่งเป็นหัวใจของสายนี้ ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสทำคะแนนได้ดีใน TCAS ทุกรอบ และถ้าน้อง ๆ ยังไม่มั่นใจว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ขอแนะนำคอร์สติว TAPT3 จาก Applied Physics ที่พร้อมพาไปเจาะลึกข้อสอบเฉพาะทางสำหรับสายวิศวะโดยเฉพาะ เนื้อหาแน่น อธิบายเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคทำข้อสอบให้แม่นและทันเวลา เริ่มเรียนได้เลยทั้งออนไลน์และไลฟ์คลาส สอบติดคณะในฝันไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม ดูรายละเอียดคอร์สทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ Applied Physics สอบถามรายละเอียดสามารถติดต่อได้ที่ โทร. 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599 หรือ Line: @appliedphysics (มี @ นำหน้า)
ข้อมูลอ้างอิง
- การก้าวสู่การเป็นวิศวกรเครื่องกล - ทักษะและคำบรรยายลักษณะงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 จาก https://th.jobsdb.com/th/career-advice/role/mechanical-engineer
- TPAT3 30 ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 จาก https://mytcas.com/blueprint/tpat3-30/