สัตวแพทย์ใช้คะแนนอะไรบ้าง ? สรุปเกณฑ์สำคัญที่ #Dek69 ต้องรู้
สำหรับน้อง ๆ ที่รักสัตว์มาตั้งแต่เด็ก หรือใฝ่ฝันอยากเป็นคนแรกที่ช่วยชีวิตเจ้าเหมียวและน้องหมาเวลาเจ็บป่วย ช่วงนี้คงเริ่มจริงจังกับการเตรียมตัวสอบเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์กันอยู่ แต่ทันทีที่เริ่มหาข้อมูล ก็อาจเจอกับคำถามมากมาย เช่น “ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง” “เรียนกี่ปี” “มีสาขาอะไรให้เลือกบ้าง” ไปจนถึง “แต่ละรอบ TCAS ใช้เกณฑ์อย่างไรในการคัดเลือก” และคำถามสุดท้ายที่อาจผุดขึ้นมาในหัวก็คือ แล้วเราควรเตรียมตัวอย่างไรให้การสอบเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้
ไม่ต้องกังวลไป เพราะพี่ ๆ Applied Physics ได้รวบรวมทุกสิ่งที่น้อง ๆ ต้องรู้ไว้ให้แล้ว ที่สำคัญ ยังมีคอร์สเรียนออนไลน์ TPAT1 ที่จะช่วยวางแผนการอ่านให้ตรงจุด เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้น้อง ๆ สอบติดในคณะที่ตนเองอยากเรียนได้อย่างมั่นใจมาแนะนำด้วย
Table of Contents:
- แนะนำคณะสัตวแพทยศาสตร์ เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ?
- สัตวแพทย์เรียนกี่ปี ?
- สัตวแพทย์มีสาขาอะไรบ้าง ?
- เข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ ใช้คะแนนอะไรบ้าง ?
แนะนำคณะสัตวแพทยศาสตร์ เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ?
คณะสัตวแพทยศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่มุ่งเน้นการศึกษาและดูแลสุขภาพสัตว์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ป่า หรือสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหาร คณะนี้มีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคสัตว์ การวิจัยและพัฒนาวิธีการรักษาโรคใหม่ ๆ รวมถึงการป้องกันและควบคุมโรคระบาดที่อาจกระทบทั้งสัตว์และมนุษย์
เมื่อขึ้นปีที่สูงขึ้น น้อง ๆ จะได้ลงมือปฏิบัติจริง ทั้งยังได้ไปฝึกงานในโรงพยาบาลสัตว์และเลือกสายที่ตนเองถนัด เช่น สัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ สัตว์ป่า งานวิจัย หรือสาธารณสุขสัตว์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งระดับประเทศและระดับโลก
สัตวแพทย์เรียนกี่ปี ?
โดยทั่วไปแล้วคณะสัตวแพทยศาสตร์ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 ปี ซึ่งแบ่งออกเป็นแต่ละช่วงดังนี้
- ปี 1-3 : ในช่วงเริ่มต้น น้อง ๆ จะได้เรียนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เช่น ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ รวมถึงวิชาทางการแพทย์เบื้องต้นที่จะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาในด้านสัตวแพทย์
- ปี 4-5 : เมื่อเรียนพื้นฐานครบแล้ว น้อง ๆ จะเริ่มเรียนวิชาที่เฉพาะเจาะจงในคณะสัตวแพทย์ เช่น เวชศาสตร์สัตว์เล็กและสัตว์ใหญ่ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคต่าง ๆ โดยจะมีการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและการฝึกปฏิบัติจริงในคลินิกสัตว์
- ปี 6 : ในปีสุดท้าย นักศึกษาจะได้ลงฝึกงานเต็มรูปแบบที่โรงพยาบาลสัตว์ในมหาวิทยาลัยหรือภาคสนาม โดยทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาสัตว์จริง ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญในงานได้เป็นอย่างดี
ตลอดระยะเวลา 6 ปีนี้ น้อง ๆ จะต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนัก แต่ผลตอบแทนที่ได้คือทักษะ ความเชี่ยวชาญ และโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในอนาคต
สัตวแพทย์มีสาขาอะไรบ้าง ?
คณะสัตวแพทยศาสตร์แบ่งออกเป็นกลุ่มสาขาหลักดังนี้
กลุ่มสาขาคลินิก
- อายุรศาสตร์สัตวแพทย์ : การวินิจฉัยและรักษาโรคภายในสัตว์
- ศัลยศาสตร์สัตวแพทย์ : การรักษาสัตว์ด้วยการผ่าตัด
- เวชศาสตร์ระบบสืบพันธุ์ : การจัดการด้านการสืบพันธุ์ของสัตว์
- คลินิกศึกษาทางสัตวแพทย์ : การเรียนรู้การรักษาและการวินิจฉัยโดยตรงกับร่างกายสัตว์
- เวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยงและสัตว์ใหญ่ : การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงและสัตว์ใหญ่
- เวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ : การดูแลสุขภาพสัตว์ที่ใช้เพื่อการผลิต
กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์
- พยาธิชีววิทยาทางสัตวแพทย์ : การศึกษาโรคในระดับเนื้อเยื่อและเซลล์
- จุลชีววิทยาและวิทยาภูมิคุ้มกันทางสัตวแพทย์ : การศึกษาเชื้อจุลินทรีย์และภูมิคุ้มกันในสัตว์
- เภสัชและพิษวิทยาทางสัตวแพทย์ : การศึกษาผลของยาและสารพิษต่อสัตว์
- สรีรวิทยาการสัตว์ : ศึกษาการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายสัตว์
- ปรสิตวิทยาทางสัตวแพทย์ : การศึกษาพยาธิและปรสิตในสัตว์
- กายวิภาคศาสตร์ทางสัตวแพทย์ : การศึกษาโครงสร้างร่างกายสัตว์
กลุ่มสาขาสัตวแพทยสาธารณสุข
- สัตวแพทยสาธารณสุข : การควบคุมโรคในสัตว์และสัตว์สู่คน การจัดการสุขอนามัยในอาหารที่มาจากสัตว์ และการป้องกันโรคระบาด
สาขาอื่น ๆ
- เทคนิคการสัตวแพทย์ : การปฏิบัติงานสนับสนุนสัตวแพทย์ เช่น การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การช่วยผ่าตัด
- วิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์และชีวเวชศาสตร์ : การศึกษาวิจัยระดับโมเลกุล เช่น พันธุกรรมและระบาดวิทยา

เข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ ใช้คะแนนอะไรบ้าง ?
การยื่นเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ในระบบ TCAS จะใช้คะแนนจากหลายรอบ ซึ่งแต่ละรอบมีเกณฑ์คะแนนที่แตกต่างกันออกไป น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบควรทำความเข้าใจว่าการเลือกใช้คะแนนและรอบการสมัครที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบติดได้มากขึ้น
รอบ 1 : Portfolio
ในรอบนี้ มหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากผลงานหรือแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ของน้อง ๆ เป็นหลัก ซึ่งเหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่มีความสามารถโดดเด่นด้านกิจกรรมหรือวิชาการ ตัวอย่างผลงานที่สามารถใช้ได้ เช่น
- การแข่งขันวิชาการในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสัตวแพทย์
- การเข้าค่ายวิทยาศาสตร์หรือโครงการที่เกี่ยวกับสัตว์
- โครงงานหรือโปรเจกต์ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การทดลองหรือการศึกษาวิจัย
- ผลงานในด้านภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์
คะแนนที่ใช้ในรอบนี้
- Portfolio ที่เกี่ยวข้องกับคณะสัตวแพทยศาสตร์
- GPAX
- คะแนน TGAT หรือ TPAT
- การสอบสัมภาษณ์ (ในบางมหาวิทยาลัย)
รอบ 2 : Quota
รอบ Quota เป็นรอบที่เปิดรับเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น น้อง ๆ ที่เรียนในโรงเรียนเครือข่ายของมหาวิทยาลัย หรือมีคุณสมบัติตรงกับโครงการพิเศษของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ เช่น นักเรียนในภูมิภาคที่มหาวิทยาลัยต้องการ
คะแนนที่ใช้ในรอบนี้
- GPAX
- คะแนน TGAT / TPAT
- A-Level
- คะแนนสอบวิชาเฉพาะที่มหาวิทยาลัยกำหนด
รอบ 3 : Admission
รอบนี้ถือเป็นรอบที่หลายคนเลือกยื่นเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ เพราะใช้คะแนนสอบกลางจากระบบ กสพท. ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกันและมีการแข่งขันสูงที่สุดในแต่ละปี อีกทั้งรอบนี้จะรวมถึงการสอบ TPAT1 และ A-Level ตามที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ กำหนด โดยสัดส่วนของคะแนนจะเป็นดังนี้
คะแนนที่ใช้ในรอบนี้
- TPAT1 (30%)
- เชาวน์ปัญญา 10%
- จริยธรรมแพทย์ 10%
- ความคิดเชื่อมโยง 10%
- A-Level (70%)
- วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) 28%
- คณิต 1 – 14%
- ภาษาอังกฤษ 14%
- ภาษาไทย 7%
- สังคม 7%
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่ใช้ระบบ กสพท.
- คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.มหิดล
- คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
- คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น
รอบ 4: Direct Admission
รอบสุดท้ายคือ Direct Admission ซึ่งบางมหาวิทยาลัยยังคงเปิดรับสมัครโดยใช้คะแนนที่มหาวิทยาลัยกำหนดเอง เช่น คะแนน TGAT หรือ A-Level และบางมหาวิทยาลัยอาจใช้คะแนน TPAT3 ร่วมด้วย โดยมีการสัมภาษณ์หรือการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมตามที่มหาวิทยาลัยต้องการ
คะแนนที่ใช้ในรอบนี้
- GPAX
- คะแนน TGAT / TPAT
- A-Level
- เกณฑ์อื่น ๆ ตามมหาวิทยาลัยกำหนด
การเลือกรอบนี้เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ในรอบก่อนหน้านี้ หรืออยากลองยื่นคะแนนรอบสุดท้ายเพื่อเปิดโอกาสเพิ่มเติม
การสอบเข้าคณะสัตวแพทย์ต้องการคะแนน TPAT1 ที่แข็งแกร่งมาก เพราะคะแนนในส่วนนี้มีความสำคัญถึง 30% ของระบบ กสพท. หากน้อง ๆ คนไหนที่ยังรู้สึกไม่มั่นใจในพาร์ตต่าง ๆ อย่างเชาวน์ปัญญาความคิดเชื่อมโยง หรือจริยธรรมแพทย์ ขอบอกเลยว่าคอร์สเรียนออนไลน์ TPAT1 จาก Applied Physics คือทางเลือกที่ช่วยให้น้อง ๆ เตรียมตัวได้อย่างตรงจุด
เนื่องจากคอร์สนี้ออกแบบมาเพื่อสนาม TPAT1 โดยเฉพาะ ที่จะเป็นการสรุปแนวข้อสอบแบบเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคการคิดไว จำไว และประยุกต์ใช้ได้จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มคะแนน เหมาะอย่างมากสำหรับน้อง ๆ ที่ตั้งเป้าสอบติดคณะสัตวแพทยศาสตร์
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่
โทร: 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599
LINE: @appliedphysics (มี @ ด้วยนะ)
